การแสดงของนักแสดงใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวพยายามทำหน้าเข้มแข็งทั้งที่ข้างในพังทลาย สายตาที่มองตามชายคนรักเดินออกไปมันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องมีบทพูด มันคือความเก่งของนักแสดงที่ทำให้คนดูรู้สึกเจ็บแทน ฉากนี้ควรค่าแก่การจดจำในฐานะฉากจบที่ตราตรึงใจที่สุด
ตอนจบของ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำให้รู้ว่าบางครั้งการจากลาก็คือคำตอบที่ดีที่สุด แม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ภาพที่ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับ มันคือสัญลักษณ์ของการตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ส่วนหญิงสาวบนเตียงก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไปด้วยตัวเอง มันคือบทเรียนชีวิตที่ละครเรื่องนี้มอบให้คนดูอย่างเราๆ ได้คิดตาม
ชอบการจัดแสงในฉากจบของ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา มาก แสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องโรงพยาบาลมันสว่างไสวแต่กลับทำให้ความเศร้าดูเด่นชัดขึ้น มันเหมือนชีวิตจริงที่ภายนอกดูสดใสแต่ข้างในอาจจะกำลังพังทลาย การที่ตัวละครต้องเผชิญหน้ากับความจริงท่ามกลางแสงสว่างแบบนี้มันยิ่งทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ใครดูแล้วไม่ร้องไห้ถือว่าหัวใจแข็งแกร่งมาก
ดู ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา จบแล้วรู้สึกว่ามันคือเรื่องราวของการเติบโต ชายหนุ่มเลือกทางเดินที่เขาเชื่อว่ามันถูกต้อง แม้จะต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง ส่วนหญิงสาวก็ต้องเรียนรู้ที่จะยืนด้วยขาของตัวเองหลังจากที่พึ่งพาใครไม่ได้ตลอดมา มันคือบทเรียนที่ว่าสุดท้ายแล้วเราต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ละครเรื่องนี้ให้ข้อคิดที่ดีมากเกี่ยวกับความรักและการปล่อยวาง
ชอบวิธีเล่าเรื่องใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเยอะ แต่ใช้สายตาและการกระทำบอกทุกอย่าง ชายหนุ่มที่หันหลังให้โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่ครั้งเดียว กับหญิงสาวที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา มันคือความเจ็บปวดที่แท้จริง การจากลาแบบนี้มันโหดร้ายกว่าการทะเลาะกันเสียอีก ดูแล้วรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออกเลย