พอเห็นเอกสารสัญญาที่มีอายุถึง ๙๙ ปี ก็รู้เลยว่าเรื่องนี้ต้องดราม่าหนักแน่ๆ การที่พระเอกกลายเป็นกัปตันในขณะที่สองสาวต้องมาเป็นผู้ช่วย มันสะท้อนความห่างชั้นที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ฉากในสนามบินเมื่อ ๕ ปีก่อนที่ทุกคนยังยิ้มให้กัน กับตอนนี้ที่ต้องมาเผชิญหน้ากันด้วยสถานะที่เปลี่ยนไป ช่างเป็นพล็อตที่ดึงอารมณ์คนดูได้เก่งจริงๆ ในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา
จุดพีคที่สุดคือตอนที่นางเอกชุดแดงแอบดูมือถือพระเอกแล้วเจอแชทกลุ่มที่คุยเรื่องการย้ายตำแหน่ง มันเหมือนตอกย้ำว่าความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีมันหายไปหมดแล้ว การแสดงสีหน้าตกใจของนางเอกชุดแดงตัดกับสีหน้าเรียบเฉยของพระเอกทำให้บรรยากาศตึงเครียดสุดๆ ใครที่ชื่นชอบการดราม่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต้องไม่พลาดดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา
การกลับมาเจอกันของทั้งสามคนหลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อ ๑๐ ปีก่อน มันไม่ใช่การรวมตัวที่อบอุ่นอย่างที่คิด บรรยากาศในห้องรอญาติผู้โดยสารที่หนาวเหน็บในอดีต ตัดกับห้องนั่งเล่นที่ดูทันสมัยแต่เย็นชาในปัจจุบัน การที่พระเอกเลือกที่จะขยี้รูปถ่ายทิ้งแทนที่จะเก็บไว้ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ฝังใจมานาน ในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา สะท้อนเรื่องนี้ได้ดี
ชอบรายละเอียดเรื่องเครื่องแต่งกายมาก จากชุดนักเรียนที่เท่าเทียมกัน สู่ชุดยูนิฟอร์มพนักงานการบินที่แบ่งแยกชัดเจนว่าใครเป็นหัวหน้าใครเป็นลูกน้อง ฉากที่พระเอกในชุดกัปตันเดินนำหน้า ส่วนสองสาวต้องเดินตามหลัง มันสื่อถึงอำนาจและความห่างเหินได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย การดำเนินเรื่องในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำได้ละเอียดอ่อนมาก
ฉากที่ทั้งสองสาวนั่งร้องไห้รอข่าวในสนามบินเมื่อ ๑๐ ปีก่อน มันทำให้เข้าใจปมในใจของพวกเธอได้ทันทีว่าทำไมถึงยึดติดกับพระเอกขนาดนี้ การที่พระเอกปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนแสงสว่างในตอนนั้น แต่กลับกลายเป็นเงาที่มืดมนที่สุดในตอนนี้ การแสดงของนักแสดงทุกคนถ่ายทอดอารมณ์ความสูญเสียและความหวังได้ดีมาก ใครดูดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ต้องเตรียมทิชชู่ไว้เลย