ผู้หญิงในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลพยายามฝ่าแนวกั้นเข้ามาทั้งน้ำตา เสียงกรีดร้องของเธอตัดกับเสียงเครื่องยนต์จรวดที่กำลังจุดติด ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดแต่สวยงามมาก เรื่องราวใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งความฝันที่ยิ่งใหญ่ก็ต้องแลกมาด้วยการจากลา และวินาทีที่จรวดลอยขึ้นคือช่วงเวลาที่หัวใจแตกสลายที่สุด
ชอบมุมกล้องที่จับภาพมือของนักบินอวกาศหญิงที่กำลังกดปุ่มควบคุมอย่างมั่นคง ตัดกับภาพผู้หญิงอีกคนที่กำลังถูกดึงตัวออกไปอย่างหมดแรง มันคือความขัดแย้งระหว่างหน้าที่กับความรู้สึกส่วนตัวที่ทำได้แค่ดูผ่านกระจกนิรภัย เนื้อหาใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำให้เรารู้สึกถึงความหนักอึ้งของชุดอวกาศสีขาวที่สวมใส่
ตอนที่จรวดเริ่มปล่อยตัว แสงไฟสว่างจ้าไปทั้งจอ แต่สายตาฉันกลับจับจ้องไปที่ใบหน้าของพระเอกที่นิ่งสงบเกินไป เขาต้องเข้มแข็งแค่ไหนถึงจะมองข้ามความโศกเศร้าตรงหน้าไปได้ ฉากนี้ใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา คือบททดสอบความเป็นมืออาชีพที่โหดร้ายที่สุด และเขาก็ผ่านมันไปได้ด้วยน้ำตาที่กลั้นไว้ข้างใน
แม้เสียงจรวดจะคำรามกึกก้อง แต่เสียงร้องไห้ของผู้หญิงสองคนที่ถูกกันไว้กลับดังกว่าในความรู้สึกของฉัน มันคือความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะรั้งคนที่รักไว้ก่อนจะสายเกินไป บรรยากาศใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา เต็มไปด้วยความบีบคั้นหัวใจจนอยากกระโดดเข้าไปกอดตัวละครเหล่านั้น
ทุกวินาทีที่ตัวเลขลดลงคือความหวังที่ริบหรี่ลงเรื่อยๆ ของคนที่อยู่ภาคพื้นดิน พระเอกในชุดอวกาศนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น แต่แววตาบอกทุกอย่างว่าเขารู้สึกอะไร ฉากนี้ของ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมการเป็นนักบินอวกาศถึงต้องตัดใจจากทุกสิ่งบนโลก