นักแสดงนำแสดงอารมณ์ผ่านสายตาได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวเลื่อนดูรูปในมือถือแล้วน้ำตาคลอเบ้า ตัดภาพมาที่ชายหนุ่มที่กำลังดื่มเหล้าแต่แววตากลับว่างเปล่าและโศกเศร้า มันทำให้คนดูอย่างเราอยากรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา ทำไมถึงต้องมาจบลงแบบนี้ การดำเนินเรื่องใน ซ่อนรัก ลักใจ เร้าอารมณ์คนดูได้เก่งมากจริงๆ อยากดูต่อจนจบแล้ว
ฉากที่กลุ่มเพื่อนกำลังร้องเพลงคาราโอเกะอย่างสนุกสนาน แต่พระเอกกลับนั่งนิ่งๆ เหมือนจิตใจลอยไปอยู่ที่อื่น มันสื่อถึงความเหงาท่ามกลางผู้คนได้ดีสุดๆ สลับกับภาพหญิงสาวที่นั่งคนเดียวในบ้านหลังใหญ่ที่ดูเย็นชา การเปรียบเทียบสองสถานการณ์นี้ทำให้เห็นถึงความขัดแย้งในความสัมพันธ์ได้ชัดเจนมาก อยากรู้ว่าบทสรุปของความรักครั้งนี้จะเป็นอย่างไรกันแน่
สังเกตไหมว่าฉากในบ้านโทนสีจะออกเย็นๆ ฟ้าๆ ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว แต่ฉากในผับจะเป็นสีแดงเข้มที่ดูร้อนแรงและวุ่นวาย การออกแบบสีฉากช่วยบอกอารมณ์ตัวละครได้โดยไม่ต้องพูดเลย หญิงสาวที่ดูเหมือนจะพยายามลืมแต่ก็ทำไม่ได้ ส่วนชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะลืมแต่จริงๆ แล้วจำทุกอย่างได้หมด ความขัดแย้งนี้ทำให้พล็อตเรื่องใน ซ่อนรัก ลักใจ น่าติดตามเอามากๆ เลยค่ะ
ชอบการเล่าเรื่องผ่านภาพมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็เข้าใจอารมณ์ได้ทันที หญิงสาวนั่งกอดเข่ามองโทรศัพท์ด้วยสายตาเศร้าหมอง ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งชายหนุ่มในเสื้อกั๊กกำลังหัวเราะและชนแก้วกับเพื่อนๆ บรรยากาศในผับที่แสงสีวูบวาบตัดกับแสงสลัวในห้องนั่งเล่นของเธอช่างน่าใจหาย ดูเหมือนว่าความทรงจำในอดีตจะหลอกหลอนพวกเขาทั้งคู่ไม่หยุดหย่อนจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องช่างกดดันเหลือเกิน เสียงนาฬิกาเดินดังติ๊กต่อกับภาพหญิงสาวในชุดนอนสีขาวที่ดูโดดเดี่ยวในห้องหรู เธอหยิบขวดยาขึ้นมาทานพร้อมน้ำหนึ่งแก้ว มันสื่อถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจได้ชัดเจนมาก การตัดสลับไปยังฉากปาร์ตี้ที่ชายหนุ่มกำลังดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างของสองโลกใบนี้ได้อย่างเจ็บปวด เรื่องราวใน ซ่อนรัก ลักใจ ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่คิดไว้เยอะเลย