มองดูแล้วรู้สึกสงสารทุกคนในฉากนี้ ไม่มีใครมีความสุขจริงๆ ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งแต่แววตากลับบอกอะไรบางอย่าง หญิงสาวสองคนที่ต่างก็ต้องการคำตอบแต่กลับไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ดูซ่อนรัก ลักใจ แล้วทำให้คิดได้ว่าบางครั้งการอยู่ตรงกลางก็ทรมานที่สุด ไม่รู้จะเลือกข้างไหนดีเพราะทุกฝ่ายดูเจ็บปวดไปหมด
แค่ฉากนั่งคุยกันในผับแต่ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังทำสงครามเย็น ชายหนุ่มนั่งกอดอกทำหน้าเย็นชาไม่แยแส ในขณะที่เพื่อนสาวข้างๆ พยายามช่วยพูดช่วยเกลี่ยแต่ก็ดูเหมือนจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง การแสดงสีหน้าของตัวละครในเรื่องซ่อนรัก ลักใจ สมจริงมากจนเราอยากกระโดดเข้าไปในจอไปตบไหล่ชายคนนั้นให้ตื่นสักที
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการที่ชายหนุ่มไม่ยอมแม้แต่จะหันมามองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ แม้แต่ครั้งเดียว แสงสีในผับที่เปลี่ยนไปมาสะท้อนถึงความวุ่นวายในใจตัวละครได้เป็นอย่างดี ดูซ่อนรัก ลักใจ แล้วรู้สึกอินมากกับบรรยากาศแบบนี้ มันคือความอึดอัดที่หาทางออกไม่ได้ ใครที่เคยมีความรักที่ซับซ้อนคงเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องมีคำพูดเยอะก็เล่าเรื่องได้ หญิงสาวในเสื้อสีขาวพยายามดึงดูดความสนใจแต่กลับถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา ในขณะที่หญิงสาวอีกคนทำได้แค่นั่งนิ่งๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ การดำเนินเรื่องในซ่อนรัก ลักใจ ช่วงนี้เดินเกมจิตวิทยาได้ดีมาก ทำให้คนดูต้องเดาใจตัวละครกันแทบไม่ทัน
ฉากในผับนี้ช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองด้วยตาก็สัมผัสได้ สายตาของหญิงสาวในชุดสีชมพูที่มองชายหนุ่มในสูทดำดูเจ็บปวดและสับสน ในขณะที่หญิงสาวอีกคนพยายามเข้าไปใกล้ชิดแต่กลับถูกเมินเฉย เรื่องราวในซ่อนรัก ลักใจ ช่วงนี้ทำเอาคนดูอย่างเราต้องนั่งกุมขมับตามไปด้วย อยากรู้จริงๆ ว่าจุดแตกหักจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่กันแน่