ฉากเปิดมาด้วยปฏิทินปี ๑๙๙๕ ทำให้รู้ทันทีว่าเรื่องนี้ย้อนเวลาแน่ๆ ดูจากสีหน้าของคนใส่ชุดดำแล้วคงไม่คิดมาก่อนว่าเพื่อนเก่าจะกลับมาใหญ่ขนาดนี้ การเดินออกมาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่นั้นสื่อถึงความถ่อมตัวที่ไม่ลืมต้นกำเนิด ดูแล้วขนลุกเลยจริงๆ สำหรับพล็อตจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา ที่ทำให้เห็นว่าการต่อสู้ชีวิตไม่เคยสูญเปล่า ใครชอบแนวสู้ชีวิตห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาดเลยนะ
ชอบโมเมนต์ที่คนใส่ชุดน้ำเงินนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นมาก มันสื่อถึงความเป็นเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง ส่วนอีกฝ่ายที่ทำท่าตกใจจนเหงื่อแตกนั้นแสดงออกได้ดีมากจนคนดูรู้สึกตามเลย เรื่องจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา นี้ไม่ได้มีแค่ความดราม่าแต่ยังมีความสะใจปนอยู่ด้วย การที่เขายอมก้มหัวให้ในตอนจบคือจุดพีคที่สุด อยากดูต่อทันทีว่าเบื้องหลังความสำเร็จเขามาได้อย่างไรบ้าง
บรรยากาศในออฟฟิศดูขลังมากโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ให้ความรู้สึกยุค ๙๐ อย่างชัดเจน การที่พระเอกถือกระเป๋าผ้าลายทางใบใหญ่ออกมาทำให้รู้ว่าเขาไม่ลืมรากเหง้าของตัวเองเลยสักนิด เนื้อเรื่องจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา ดำเนินเรื่องเร็วไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูติดหนึบทุกตอนเลยจริงๆ ฉากดราม่าคือทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมากจนน้ำตาจะไหล
สีหน้าของคนใส่ชุดดำตอนเห็นโทรศัพท์นั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าเกมนี้ใครเป็นต่อจริงๆ การแสดงสีหน้าของนักแสดงทั้งสองคนนั้นเข้าขากันดีมากจนไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้หมดเลย สำหรับใครที่กำลังหาซีรีส์ดีๆดูแนะนำจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา เลยค่ะ การพลิกบทบาทจากคนธรรมดาสู่ผู้มีอำนาจทำได้น่าติดตามมากๆ
ฉากสุดท้ายที่คนใส่ชุดดำก้มหัวให้นั้นคือสัญลักษณ์ของการยอมรับความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ ดูแล้วรู้สึกสะใจแทนพระเอกมากที่ต้องผ่านอะไรมาเยอะกว่าจะยืนตรงนี้ได้ เนื้อหาจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา สอนให้รู้ว่าอย่าดูถูกคนเพียงเพราะภายนอกของเขา การให้เกียรติกันคือสิ่งสำคัญที่สุดในธุรกิจและชีวิตจริงด้วยเช่นกัน
ชอบรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นปฏิทินตั้งโต๊ะที่บอกปีชัดเจน ทำให้คนดูอินกับยุคสมัยได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกเล่าเยอะ การแต่งตัวของเขาในชุดน้ำเงินดูภูมิฐานมากเข้ากับบทบาทผู้นำองค์กรจริงๆ ดูจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา แล้วรู้สึกมีแรงบันดาลใจอยากลุกขึ้นมาสู้ชีวิตบ้างเลยล่ะค่ะ ใครท้ออยู่ต้องดูเรื่องนี้เลย
ความตึงเครียดในห้องทำงานนั้นสัมผัสได้ผ่านหน้าจอจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่คนใส่ชุดดำเริ่มตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้น การหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กนั้นคือจุดที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย เรื่องจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา มีพล็อตที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ทำให้คนดูไม่อยากรอตอนต่อไปเลยจริงๆ การผลิตถือว่าใส่ใจในทุกรายละเอียดมาก
กระเป๋าใบใหญ่นั้นคือสัญลักษณ์สำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องใช้คำพูดอธิบายเยอะก็เข้าใจทันทีว่าเขามาจากไหน การแสดงของนักแสดงนำในเรื่องจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา นั้นน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะสายตาที่มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆทั้งนั้น ดูแล้วรู้สึกฮึกเหิมมากเลยค่ะ
ฉากที่คนใส่ชุดน้ำเงินเดินออกจากห้องไปอย่างสง่างามนั้นคือภาพที่จำได้ขึ้นใจจริงๆ การที่เขายังคงถือกระเป๋าใบเดิมไว้แสดงว่าเขาไม่ลืมตัวตนที่แท้จริง เนื้อหาจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา นี้เหมาะสำหรับทุกวัยที่ต้องการกำลังใจในการใช้ชีวิต การดำเนินเรื่องไม่ซับซ้อนแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงของคนดู
โดยรวมแล้วเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากทั้งภาพและเสียง โดยเฉพาะบรรยากาศที่สร้างความรู้สึกย้อนยุคได้สมบูรณ์แบบ การเผชิญหน้ากันของทั้งสองคนนั้นเต็มไปด้วยพลังที่ซ่อนอยู่ ดูจากเลี้ยงหมูสู่พลิกชะตา แล้วเข้าใจเลยว่าความสำเร็จที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ใครยังไม่ได้ดูรีบไปหาดูได้เลยค่ะรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน