ฉากที่เจ้าชายร้องไห้คือฉากที่ทำให้คนดูน้ำตาไหลตามโดยไม่รู้ตัว น้ำตาแต่ละหยดที่ไหลลงมาบนแก้มของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจคนดู งานบอลสีเลือด เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกว่าความรักบางครั้งก็มาพร้อมกับความเจ็บปวดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การแสดงออกทางอารมณ์ของตัวละครทำให้เราอินไปกับเรื่องราวอย่างเต็มที่
ภาพวาดบนผนังที่แสดงถึงเจ้าสาวในวัยเด็ก ทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครและเข้าใจที่มาของปมในใจเธอมากขึ้น งานบอลสีเลือด ใช้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างภาพวาดเหล่านี้เพื่อเสริมเรื่องราวหลักได้อย่างชาญฉลาด ทำให้คนดูต้องหยุดดูและตีความความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแต่ละภาพ
ฉากที่ไม่มีบทพูดแต่เต็มไปด้วยอารมณ์คือจุดแข็งของเรื่องนี้ ความเงียบระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกลับดังกว่าเสียงใดๆ ทั้งสิ้น งานบอลสีเลือด เข้าใจดีว่าบางครั้งความเงียบก็สามารถสื่อสารได้มากกว่าคำพูดเป็นพันคำ ฉากนี้ทำให้คนดูต้องหยุดและไตร่ตรองถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
จากฉากแต่งงานที่ควรจะมีความสุข กลับจบลงด้วยน้ำตาและความเจ็บปวด งานบอลสีเลือด พลิกโฉมการเล่าเรื่องแบบเดิมๆ ได้อย่างน่าทึ่ง คนดูที่คาดหวังฉากหวานซึ้งต้องช็อกกับจุดจบแบบนี้ แต่ именноความไม่คาดคิดนี้ทำให้เรื่องน่าจดจำและพูดถึงกันไปอีกนาน
ใครจะคิดว่าชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์จะซ่อนบาดแผลและเลือดไว้ แสงไฟในห้องที่อบอุ่นตัดกับความเย็นชาของความจริงที่กำลังเปิดเผย ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกอึดอัดแทนตัวละครหลักทั้งคู่ ความรักที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบกลับมีรอยร้าวที่มองไม่เห็นจนวินาทีสุดท้าย งานบอลสีเลือด ทำได้ดีมากในการสร้างปมดราม่าแบบนี้