พระเอกเดินถือเทียนเข้ามาในห้องสมุดมืดๆ บรรยากาศมันช่างลึกลับและน่าค้นหา แต่พอเขาหันมายิ้มให้กล้องเท่านั้นแหละ ขนลุกทันที! รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นแต่แววตากลับว่างเปล่าและน่ากลัวมาก มันสื่อถึงความเป็นเจ้าของที่คลั่งรักจนเกินขอบเขต การที่เขาถือหนังสือเล่มเก่าๆ เดินเข้ามาหานางเอกที่ถูกมัดไว้ มันเหมือนพิธีกรรมบางอย่างที่เขากำลังทำอยู่คนเดียว ดูแล้วรู้สึกหวาดเสียวแต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะรอดูตอนต่อไป
ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้สวยมาก ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่เคลื่อนไหวได้ ห้องนอนสีม่วงเข้มกับเตียงสี่เสาที่ดูหรูหราแต่กลับกลายเป็นกรงขังนางเอก มันช่างขัดแย้งกันอย่างน่าประหลาดใจ โซ่ที่ล่ามข้อมือและข้อเท้าเธอไม่ได้ดูสกปรกแต่กลับแวววาวสะอาด เหมือนเขาตั้งใจดูแลมันอย่างดี ความรักแบบนี้เป็นความรักที่ครอบครองจนหายใจไม่ออกจริงๆ ดูงานบอลสีเลือด แล้วเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงชอบดูอะไรที่มันเจ็บปวดแต่สวยงามแบบนี้
ฉากที่นางเอกร้องไห้ทำเอาใจสลายจริงๆ น้ำตาที่ไหลอาบแก้มกับแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสน มันสื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดเจนมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย เธอพยายามดึงโซ่แต่ก็ไร้ประโยชน์ ความสิ้นหวังในสายตาเธอทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันเราก็สงสัยว่าทำไมพระเอกถึงทำแบบนี้กับเธอ มีปมอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความโหดร้ายนี้กันแน่ ดูแล้วอยากรู้เรื่องราวของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนที่พระเอกเดินเข้ามาในห้องแล้ววางหนังสือลงข้างเทียน แสงไฟส่องให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาของเขา มันช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก เขาไม่ได้ทำท่าทางก้าวร้าวแต่กลับดูสุภาพเกินไปจนน่ากลัว การที่เขาจับมือนางเอกเบาๆ ทั้งที่เธอถูกมัดไว้ มันเหมือนการปลอบโยนแต่ก็เป็นการย้ำเตือนว่าเธอหนีไปไหนไม่ได้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในเรื่องงานบอลสีเลือด มันซับซ้อนและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ขัดแย้งกันจนคาดเดาไม่ได้เลย
ฉากในห้องสมุดที่พระเอกเดินผ่านชั้นหนังสือสูงๆ กับรูปสัตว์สตาฟฟ์ที่เรียงรายอยู่เต็มห้อง มันสร้างบรรยากาศที่หลอนและลึกลับมาก รูปนกฮูกและสุนัขจิ้งจอกที่จ้องมองมาเหมือนมีชีวิต มันเหมือนเขาเก็บสะสมความทรงจำหรือบางทีอาจจะเป็นเหยื่อของเขาก็ได้ แสงเทียนที่ส่องสว่างเพียงเล็กน้อยทำให้เงาในห้องดูน่ากลัวทวีคูณ การที่เขาอ่านหนังสือในที่แบบนี้มันเหมือนเขากำลังศึกษาวิธีควบคุมใครสักคนอยู่ ดูแล้วรู้สึกขนลุกตลอดเวลาเลย