ใครจะคิดว่าในรถม้าที่ดูเงียบเชียบนั้น จะซ่อนความลับสำคัญไว้ หญิงสาวในชุดสีม่วงและหญิงหน้ากากดำที่นั่งอยู่ด้วยกันช่างสร้างปริศนาได้น่าติดตาม แววตาของพวกเธอเมื่อเกิดเหตุวุ่นวายภายนอกบอกเล่าความกังวลได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย การดำเนินเรื่องในคำสาบานใต้เงาดาบ ช่วงนี้ทำเอาคนดูต้องคาดเดาไปต่างๆ นานา ว่าแท้จริงแล้วใครคือฝ่ายดีหรือร้ายกันแน่
เมื่อกลุ่มเกษตรกรที่ดูเหมือนชาวบ้านธรรมดา จู่ๆลุกขึ้นสู้ด้วยจอบและเสียม ช่างเป็นจุดหักมุมที่คาดไม่ถึงจริงๆ การต่อสู้ที่รวดเร็วและดุดันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ฉากแอ็คชั่นในเรื่องคำสาบานใต้เงาดาบ ตอนนี้ออกแบบมาได้มันส์สุดๆ เสียงดาบกระทบกันและท่าทางที่คล่องแคล่วของนักรบชุดดำทำให้หัวใจคนดูเต้นแรงตามไปด้วย
การสื่อสารด้วยสายตาและการกระซิบวางแผนระหว่างสองตัวละครหลักขณะซ่อนตัวในพงหญ้า แสดงให้เห็นถึงความไว้ใจและความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตรายแต่พวกเขาก็ยังคงสติและความเป็นผู้นำได้อย่างน่าชื่นชม ในคำสาบานใต้เงาดาบ ความสัมพันธ์แบบนี้แหละที่ทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่การต่อสู้แต่ยังรวมถึงความผูกพันระหว่างเพื่อนร่วมรบด้วย
ตั้งแต่เริ่มฉากที่ทุกคนซ่อนตัวในพงหญ้าจนถึงช่วงที่การต่อสู้ปะทุขึ้น บรรยากาศในเรื่องคำสาบานใต้เงาดาบ กดดันคนดูตลอดเวลา เสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงก้าวเท้าเบาๆ ของขบวนรถม้าสร้างความรู้สึกหวาดระแวงได้ดีมาก เมื่อรวมกับการแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของตัวละครในรถม้า ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เลย
ฉากที่ตัวละครหลักซ่อนตัวในพงหญ้าเพื่อสังเกตขบวนรถม้าช่างสร้างความตึงเครียดได้ยอดเยี่ยม สายตาที่จ้องมองกันระหว่างสองผู้นำบ่งบอกถึงแผนการที่ซับซ้อน การตัดสลับระหว่างกลุ่มซุ่มโจมตีและกลุ่มเป้าหมายในรถม้าทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นจนตัวโก่ง ในเรื่องคำสาบานใต้เงาดาบ ฉากนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก บรรยากาศป่าเขาที่ดูมืดครึ้มยิ่งเพิ่มอรรถรสให้กับการดักซุ่มครั้งนี้