PreviousLater
Close

ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ตอนที่ 21

like3.2Kchase8.9K

ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด

เมิ่งเสี่ยวใจดีถูกแฟนและเพื่อนสนิดหักหลัง ร่วมแย่งทรัพย์สินและบ้าน เหลือเธอตกนรก แต่โชคชะตาไม่น่าเดา เมิ่งเสี่ยวเป็นนางสาวตระกูลร่ำรวย พี่ชายสามคนหาเธอหลังประสบความยากลำบาก และเอาคืนชายโฉดหญิงชั่วคู่ที่เคยดูถูกเธอ ระหว่างนั้น เมิ่งเสี่ยวมีความรักกับพี่ชายรอง ลูกบุญธรรม แต่พี่ชายรองเป็นโรคมะเร็ง เพื่อป้องกันและดูแลเธอ เขาให้ผู้ชายอื่นแต่งงานกับเธอ พร้อมพูดโกหกเจ็บใจ แต่เมิ่งเสี่ยวก็รู้เรื่องนี้แล้ว
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด: เมื่อความรักต้องผ่านการสอบสวนของครอบครัว

ในห้องที่เต็มไปด้วยกล่องของขวัญสีชมพูและดอกไม้ประดิษฐ์ที่ถูกจัดวางอย่างประณีต ความเงียบค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะและเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเฉินเจียเหว่ย เขาไม่ได้คาดคิดว่าการขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุดจะกลายเป็นการสอบสวนแบบไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะเมื่อพ่อของเขาและพี่ชายเดินเข้ามาในขณะที่เขาเพิ่งจะยื่นกล่องของขวัญชิ้นแรกให้กับหลินเสวี่ยน ผู้หญิงที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตในการรอคอยให้เธอพร้อมที่จะเดินเคียงข้างเขา เฉินเจียเหว่ยไม่ใช่คนที่กลัวการเผชิญหน้า แต่เขากลัวการสูญเสียเธอไป เพราะเขาทราบดีว่าพ่อของเขาไม่เคยเห็นด้วยกับความสัมพันธ์นี้ตั้งแต่แรกเริ่ม พ่อที่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับครอบครัวเรา” และ “ความรักไม่สามารถแทนที่ความรับผิดชอบได้” คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาละทิ้งความรัก แต่ทำให้เขาต้องวางแผนทุกอย่างอย่างรอบคอบ — ตั้งแต่การเลือกสถานที่ ของขวัญ ไปจนถึงการฝึกซ้อมคำพูดที่จะพูดกับเธอในวันนี้ แต่เขาไม่ได้คิดว่าแผนทั้งหมดจะถูกทำลายด้วยการเดินเข้ามาของคนสองคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาในวันนี้ หลินเสวี่ยนไม่ได้แสดงความตกใจ แต่กลับมีสีหน้าที่ดูสงบเกินไป ราวกับว่าเธอรู้มาตั้งแต่ต้นว่าจะมีวันนี้เกิดขึ้น เธอไม่ได้หันไปมองพ่อของเฉินเจียเหว่ย แต่กลับมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม无声 — เขาพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อเธอหรือไม่? ขณะที่เขาค่อยๆ ยื่นกล่องของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่มีรูปทรงเหมือนโลกใบเล็กๆ ให้กับเธอ เธอสังเกตเห็นว่ามือของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขาต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเธอ กล่องของขวัญนั้นไม่ใช่แค่ของขวัญธรรมดา มันคือการเปิดเผยความลับที่เขาเก็บไว้นานนับปี — ภายในมีตุ๊กตาคู่รักยืนอยู่ใต้หิมะเทียม พร้อมกับแสงไฟสีฟ้าอ่อนที่ส่องสว่างเมื่อเขาหมุนฐานด้านล่าง ซึ่งเป็นการจำลองโลกที่เขาอยากสร้างขึ้นมาสำหรับพวกเขาสองคน หลินเสวี่ยนไม่ได้พูดอะไร แต่แค่ยื่นมือออกไปสัมผัสกล่องนั้นด้วยความระมัดระวังราวกับว่ามันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเธอ แล้วในวินาทีนั้น เธอก็เห็นภาพในอดีตผุดขึ้นมา — เด็กชายและเด็กหญิงที่นั่งเล่นเปียโน Yamaha ด้วยกันในห้องที่มีแสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่าง พวกเขาไม่ได้เล่นเพลงใดๆ แต่เล่นด้วยกันด้วยความเข้าใจที่ไม่ต้องพูดคำใดเลย แม้จะไม่มีใครรู้ว่าในวันนั้น เด็กชายคนนั้นได้แอบเขียนชื่อเธอไว้ในสมุดโน้ตเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้แป้นเปียโน พร้อมข้อความว่า “ฉันอยากแต่งงานกับเธอเมื่อโตขึ้น” แต่ความรู้สึกดีๆ นั้นกลับถูกทำลายด้วยเสียงของพี่ชายของเขาที่เดินเข้ามา — เฉินเจียเหว่ยไม่ได้คาดคิดว่าพี่ชายของเขาจะมาในวันนี้เช่นกัน พี่ชายที่เคยเป็นคนที่เขาเคารพมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจระหว่างครอบครัวกับความรัก ชายในแจ็คเก็ตหนังสีดำที่มีลวดลายแบบ鱷魚 พร้อมสร้อยคอเงินและแหวนดาวสีเงิน มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความสงสัยว่า “ทำไมเธอถึงเป็นคนที่เขาเลือก?” เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็บอกได้ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ หลินเสวี่ยนรู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนที่เหมาะกับครอบครัวของเฉินเจียเหว่ยในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับเขา เธอคือคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในขณะที่ความตึงเครียดค่อยๆ เพิ่มขึ้น พ่อของเฉินเจียเหว่ยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่หนักแน่น “เธอรู้ไหมว่า การแต่งงานไม่ใช่แค่การรักกัน แต่คือการตัดสินใจที่จะแบ่งปันชีวิตกับคนๆ หนึ่งอย่างแท้จริง” คำพูดนั้นไม่ได้เป็นการขัดขวาง แต่เป็นการทดสอบ — ทดสอบว่าเฉินเจียเหว่ยพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความรักของเขาหรือไม่ หลินเสวี่ยนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง และในวินาทีนั้น เฉินเจียเหว่ยก็เข้าใจว่า ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องตัดสินใจ แต่เธอเองก็กำลังตัดสินใจเช่นกัน — จะเลือกที่จะเชื่อในความรักที่เขาให้มา หรือจะกลับไปสู่โลกที่ปลอดภัยแต่ไร้ความรู้สึก แล้วเขาก็ยื่นบัตรสีขาวแผ่นเล็กๆ ออกมา ไม่ใช่แหวน ไม่ใช่กระดาษคำสารภาพ แต่คือบัตรที่เขียนชื่อของเธอไว้ด้านหน้า และข้อความสั้นๆ ด้านหลังว่า “ฉันไม่ต้องการให้เธอเป็นแค่แฟน ฉันต้องการให้เธอเป็นภรรยาของฉัน” หลินเสวี่ยนมองบัตรนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความเศร้าเป็นความสุขที่แท้จริง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่แค่ยิ้มและเอามือวางไว้บนมือของเขา แล้วพูดเบาๆ ว่า “ฉันพร้อมแล้ว” — ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ไม่ใช่แค่คำพูดที่ถูกพูดออกมาในวันนี้ แต่คือคำสัญญาที่พวกเขาได้สร้างขึ้นตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก ที่นั่งเล่นเปียโนด้วยกันด้วยความบริสุทธิ์ของหัวใจ แต่เรื่องราวไม่จบแค่นั้น เพราะในอีกฉากหนึ่ง ที่ห้องนั่งเล่นที่มีแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ เราเห็นชายหนุ่มอีกคน — หลิวเหวินฮ่าว — นั่งข้างหญิงสาวที่สวมเสื้อขนสัตว์สีขาว พวกเขากำลังดูโทรศัพท์มือถือด้วยกัน แต่ไม่ใช่การดูวิดีโอหรือรูปภาพธรรมดา แต่เป็นการดูเอกสารที่มีชื่อของเฉินเจียเหว่ยและหลินเสวี่ยนอยู่ด้านบน พร้อมข้อความว่า “งานเลี้ยงเปิดตัวผลงานส่วนตัวของเฉินเจียเหว่ย” หลิวเหวินฮ่าวไม่ได้แสดงความยินดี แต่กลับมีสีหน้าที่ดูแปลกใจและกังวล เขาถามเธอว่า “เธอคิดว่าเขาจะทำได้จริงหรือ?” แล้วเธอก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่แน่วแน่ “เขาทำได้ เพราะเขาไม่ได้แค่รักเธอ… เขาเชื่อในเธอ” ในมือของเธอ มีบัตรเชิญสีดำสองใบ ที่มีคำว่า “INVITATION” และ “ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด” อยู่ด้านหน้า แต่เมื่อเปิดออก เธอพบว่าข้างในไม่ได้มีแค่ข้อความเชิญ แต่ยังมีภาพถ่ายเก่าๆ ของเฉินเจียเหว่ยและหลินเสวี่ยนตอนเด็ก พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือของเขา “ฉันไม่เคยลืมวันที่เราเล่นเปียโนด้วยกัน วันนั้นฉันรู้แล้วว่า ฉันจะแต่งงานกับเธอ” คำพูดนั้นไม่ได้ถูกเขียนเพื่อให้ใครอื่นอ่าน แต่ถูกเขียนเพื่อให้เธอคนเดียวได้อ่านในวันที่เขาพร้อมจะเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดออกมา และแล้วในวันที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างอย่างอ่อนโยน หลินเสวี่ยนยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเจียเหว่ย ด้วยมือที่ยังสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาค่อยๆ ยื่นกล่องของขวัญชิ้นสุดท้ายออกมา — ไม่ใช่แหวน แต่เป็นกล่องไม้สีธรรมชาติที่มีกุญแจเล็กๆ ติดอยู่ด้านหน้า เขาพูดว่า “นี่คือกุญแจของบ้านที่ฉันซื้อไว้สำหรับเราสองคน ถ้าเธอพร้อม… ฉันจะเปิดประตูให้เธอเข้ามา” หลินเสวี่ยนไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่แค่ยื่นมือออกไป และจับมือเขาไว้แน่น แล้วพูดว่า “ฉันไม่ต้องการกุญแจ… ฉันต้องการแค่เขาคนนี้” — ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ไม่ใช่แค่คำพูดที่ถูกพูดในวันนี้ แต่คือการตัดสินใจที่พวกเขาทำร่วมกันตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ว่าความรักคืออะไร

ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด: ความลับในกล่องของขวัญสีชมพู

เมื่อแสงไฟอ่อนๆ ค่อยๆ ลอดผ่านม่านผ้าสีครีมเข้ามาในห้องที่เต็มไปด้วยกล่องของขวัญสีชมพูเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ พร้อมลูกโป่งและดอกไม้ประดิษฐ์ที่ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน มันไม่ใช่แค่การตกแต่งสำหรับงานเลี้ยงธรรมดา แต่คือฉากเปิดตัวของความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้นานนับปี — ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ได้ถูกพูดออกมาด้วยคำพูด แต่ถูกส่งผ่านสายตา ท่าทาง และของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่ถูกจับไว้แน่นในมือของเฉินเจียเหว่ย เขาคือชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีครีม ที่ยิ้มได้ทั้งวันแต่กลับไม่กล้าพูดคำว่า ‘จะแต่งงานกับเธอไหม’ แม้จะเตรียมของขวัญไว้ครบถ้วนจนแทบจะล้นพื้นที่ห้อง แต่ความกลัวที่จะถูกปฏิเสธยังคงเกาะอยู่ที่ขอบตาของเขาอย่างไม่ยอมจากไป ขณะที่เขาใช้มือปิดตาของหลินเสวี่ยน หญิงสาวที่สวมเสื้อโค้ทสีขาวคลุมชุดเดรสเนื้อนุ่ม มีโบว์ดำผูกอยู่ตรงอก และดอกกุหลาบสีครีมติดอยู่บนปกเสื้อ เธอไม่ได้แสดงความตื่นเต้น แต่กลับยกมือขึ้นสองข้าง ราวกับกำลังพยายามหยุดเวลาไว้ให้ได้ — ไม่ใช่เพราะไม่อยากรู้คำตอบ แต่เพราะกลัวว่าคำตอบนั้นจะทำให้โลกที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา หลินเสวี่ยนไม่ใช่คนที่แสดงอารมณ์ออกนอกหน้าบ่อยนัก แต่ในวินาทีนั้น ความหวาดกลัวและความคาดหวังผสมผสานกันจนกลายเป็นรอยยิ้มที่สั่นเทาเล็กน้อย ขณะที่เธอค่อยๆ เปิดตาขึ้น และมองเห็นกองของขวัญที่ถูกจัดเรียงอย่างประณีต รวมถึงกล่องของขวัญชิ้นหนึ่งที่มีรูปทรงเหมือนหัวใจ วางอยู่บนฐานกลมสีขาว แต่แล้วความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงประตูเปิดเบาๆ ตามด้วยเงาของชายอีกคนที่ปรากฏขึ้น — เฉินเจียเหว่ยไม่ได้คาดคิดว่าพ่อของเขาจะมาในวันนี้ พ่อที่เคยบอกว่า “ความรักไม่ใช่สิ่งที่ควรตัดสินด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว” และ “เธอไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับครอบครัวเรา” คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเฉินเจียเหว่ยทุกครั้งที่เขาต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหลินเสวี่ยน แต่ครั้งนี้ เขาเลือกที่จะไม่ฟังเสียงนั้นอีกต่อไป เขาเดินเข้าหาเธออย่างมั่นคง แล้วค่อยๆ ยื่นกล่องของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่มีรูปทรงเหมือนโลกใบเล็กๆ ภายในมีตุ๊กตาคู่รักยืนอยู่ใต้หิมะเทียม พร้อมกับแสงไฟสีฟ้าอ่อนที่ส่องสว่างเมื่อเขาหมุนฐานด้านล่าง — ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ไม่ใช่แค่คำพูดที่เขาฝึกซ้อมไว้ในกระจก แต่คือความจริงที่เขาตัดสินใจจะเปิดเผยต่อหน้าทุกคน หลินเสวี่ยนมองกล่องนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความสงสัยเป็นความตื่นเต้น แล้วค่อยๆ กลายเป็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว เธอรู้ดีว่ากล่องนี้ไม่ใช่แค่ของขวัญธรรมดา มันคือการยอมรับจากคนที่เคยกลัวว่าจะสูญเสียทุกอย่างหากเลือกเธอ แต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะสูญเสียทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาแทน ขณะที่เธอค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสกล่องนั้น ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ — เด็กชายและเด็กหญิงที่นั่งเล่นเปียโน Yamaha ด้วยกันในห้องที่มีแสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่าง พวกเขาไม่ได้เล่นเพลงใดๆ แต่เล่นด้วยกันด้วยความเข้าใจที่ไม่ต้องพูดคำใดเลย แม้จะไม่มีใครรู้ว่าในวันนั้น เด็กชายคนนั้นได้แอบเขียนชื่อเธอไว้ในสมุดโน้ตเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้แป้นเปียโน พร้อมข้อความว่า “ฉันอยากแต่งงานกับเธอเมื่อโตขึ้น” แต่ความรู้สึกดีๆ นั้นกลับถูกทำลายด้วยเสียงของชายคนใหม่ที่เดินเข้ามา — เฉินเจียเหว่ยไม่ได้คาดคิดว่าพี่ชายของเขาจะมาในวันนี้เช่นกัน พี่ชายที่เคยเป็นคนที่เขาเคารพมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจระหว่างครอบครัวกับความรัก ชายในแจ็คเก็ตหนังสีดำที่มีลวดลายแบบ鱷魚 พร้อมสร้อยคอเงินและแหวนดาวสีเงิน มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความสงสัยว่า “ทำไมเธอถึงเป็นคนที่เขาเลือก?” เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็บอกได้ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ หลินเสวี่ยนรู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนที่เหมาะกับครอบครัวของเฉินเจียเหว่ยในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับเขา เธอคือคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในขณะที่ความตึงเครียดค่อยๆ เพิ่มขึ้น พ่อของเฉินเจียเหว่ยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่หนักแน่น “เธอรู้ไหมว่า การแต่งงานไม่ใช่แค่การรักกัน แต่คือการตัดสินใจที่จะแบ่งปันชีวิตกับคนๆ หนึ่งอย่างแท้จริง” คำพูดนั้นไม่ได้เป็นการขัดขวาง แต่เป็นการทดสอบ — ทดสอบว่าเฉินเจียเหว่ยพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความรักของเขาหรือไม่ หลินเสวี่ยนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง และในวินาทีนั้น เฉินเจียเหว่ยก็เข้าใจว่า ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องตัดสินใจ แต่เธอเองก็กำลังตัดสินใจเช่นกัน — จะเลือกที่จะเชื่อในความรักที่เขาให้มา หรือจะกลับไปสู่โลกที่ปลอดภัยแต่ไร้ความรู้สึก แล้วเขาก็ยื่นบัตรสีขาวแผ่นเล็กๆ ออกมา ไม่ใช่แหวน ไม่ใช่กระดาษคำสารภาพ แต่คือบัตรที่เขียนชื่อของเธอไว้ด้านหน้า และข้อความสั้นๆ ด้านหลังว่า “ฉันไม่ต้องการให้เธอเป็นแค่แฟน ฉันต้องการให้เธอเป็นภรรยาของฉัน” หลินเสวี่ยนมองบัตรนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความเศร้าเป็นความสุขที่แท้จริง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่แค่ยิ้มและเอามือวางไว้บนมือของเขา แล้วพูดเบาๆ ว่า “ฉันพร้อมแล้ว” — ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ไม่ใช่แค่คำพูดที่ถูกพูดออกมาในวันนี้ แต่คือคำสัญญาที่พวกเขาได้สร้างขึ้นตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก ที่นั่งเล่นเปียโนด้วยกันด้วยความบริสุทธิ์ของหัวใจ แต่เรื่องราวไม่จบแค่นั้น เพราะในอีกฉากหนึ่ง ที่ห้องนั่งเล่นที่มีแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ เราเห็นชายหนุ่มอีกคน — หลิวเหวินฮ่าว — นั่งข้างหญิงสาวที่สวมเสื้อขนสัตว์สีขาว พวกเขากำลังดูโทรศัพท์มือถือด้วยกัน แต่ไม่ใช่การดูวิดีโอหรือรูปภาพธรรมดา แต่เป็นการดูเอกสารที่มีชื่อของเฉินเจียเหว่ยและหลินเสวี่ยนอยู่ด้านบน พร้อมข้อความว่า “งานเลี้ยงเปิดตัวผลงานส่วนตัวของเฉินเจียเหว่ย” หลิวเหวินฮ่าวไม่ได้แสดงความยินดี แต่กลับมีสีหน้าที่ดูแปลกใจและกังวล เขาถามเธอว่า “เธอคิดว่าเขาจะทำได้จริงหรือ?” แล้วเธอก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่แน่วแน่ “เขาทำได้ เพราะเขาไม่ได้แค่รักเธอ… เขาเชื่อในเธอ” ในมือของเธอ มีบัตรเชิญสีดำสองใบ ที่มีคำว่า “INVITATION” และ “ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด” อยู่ด้านหน้า แต่เมื่อเปิดออก เธอพบว่าข้างในไม่ได้มีแค่ข้อความเชิญ แต่ยังมีภาพถ่ายเก่าๆ ของเฉินเจียเหว่ยและหลินเสวี่ยนตอนเด็ก พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือของเขา “ฉันไม่เคยลืมวันที่เราเล่นเปียโนด้วยกัน วันนั้นฉันรู้แล้วว่า ฉันจะแต่งงานกับเธอ” คำพูดนั้นไม่ได้ถูกเขียนเพื่อให้ใครอื่นอ่าน แต่ถูกเขียนเพื่อให้เธอคนเดียวได้อ่านในวันที่เขาพร้อมจะเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดออกมา และแล้วในวันที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างอย่างอ่อนโยน หลินเสวี่ยนยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเจียเหว่ย ด้วยมือที่ยังสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาค่อยๆ ยื่นกล่องของขวัญชิ้นสุดท้ายออกมา — ไม่ใช่แหวน แต่เป็นกล่องไม้สีธรรมชาติที่มีกุญแจเล็กๆ ติดอยู่ด้านหน้า เขาพูดว่า “นี่คือกุญแจของบ้านที่ฉันซื้อไว้สำหรับเราสองคน ถ้าเธอพร้อม… ฉันจะเปิดประตูให้เธอเข้ามา” หลินเสวี่ยนไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่แค่ยื่นมือออกไป และจับมือเขาไว้แน่น แล้วพูดว่า “ฉันไม่ต้องการกุญแจ… ฉันต้องการแค่เขาคนนี้” — ขอแต่งงานกับคนที่ฉันรักที่สุด ไม่ใช่แค่คำพูดที่ถูกพูดในวันนี้ แต่คือการตัดสินใจที่พวกเขาทำร่วมกันตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ว่าความรักคืออะไร