ดูแล้วจุกอกมากกับฉากที่พระเอกพยายามจะอธิบายแต่ถูกขัดจังหวะตลอดเวลา ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในเรื่องเธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ทำให้เราต้องคอยลุ้นว่าความจริงจะถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ ฉากที่นางเอกยืนตัวสั่นท่ามกลางสายตาดูถูกของคนรอบข้างมันสะเทือนใจสุดๆ การแต่งกายที่ดูหรูหราแต่กลับต้องมาเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้เห็นความขัดแย้งในใจตัวละครได้ชัดเจน เป็นพล็อตที่ดึงอารมณ์คนดูได้ดีมาก
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือการสื่อสารผ่านสายตา โดยเฉพาะฉากที่พระเอกมองนางเอกด้วยความรู้สึกผิดผสมความรัก มันสื่อออกมาได้ลึกซึ้งมากโดยไม่ต้องใช้คำพูด เรื่องราวในเธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดที่ค่อยๆ คลี่คลาย ฉากที่นางเอกถูกผลักให้ลงไปอยู่ในสถานการณ์ลำบากแต่ยังคงความสง่างามไว้ได้แสดงถึงความเข้มแข็งภายในของตัวละครได้ดีมาก การแสดงสีหน้าของนักแสดงทุกคนสมจริงจนลืมไปเลยว่ากำลังดูซีรีส์อยู่
พล็อตเรื่องของเธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก น่าสนใจมากตรงที่มีการซ่อนปมในอดีตไว้ค่อยๆ เปิดเผย ฉากที่พระเอกพยายามปกป้องนางเอกแต่กลับทำให้สถานการณ์แย่ลงยิ่งทำให้คนดูรู้สึกสงสารทั้งคู่ การที่นางเอกเลือกที่จะเงียบแทนที่จะโต้ตอบแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งภายในที่หาได้ยากในตัวละครหญิงยุคนี้ ฉากงานเลี้ยงที่ดูสวยงามแต่กลับเต็มไปด้วยกับดักทางอารมณ์ทำให้เราต้องคอยจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครอย่างใกล้ชิด
ดูแล้วน้ำตาไหลกับฉากที่พระเอกต้องเห็นคนที่รักถูกทำร้ายแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ความสัมพันธ์ในเรื่องเธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก แสดงให้เห็นว่าความรักบางครั้งก็ต้องยอมเจ็บปวดเพื่อปกป้องอีกฝ่าย ฉากที่นางเอกยืนตัวสั่นแต่ยังคงความนิ่งสงบไว้ได้แสดงถึงวุฒิภาวะของตัวละครได้ดีมาก การที่พระเอกพยายามจะเข้าไปช่วยแต่ถูกขัดขวางโดยคนรอบข้างทำให้รู้สึกอึดอัดแทนตัวละครจริงๆ เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคมได้ดีมาก
ฉากงานเลี้ยงในเรื่องเธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งแสง สี เสียง และการจัดวางตัวละครที่ทำให้รู้สึกถึงความอึดอัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกนาที การที่นางเอกต้องยืนเผชิญหน้ากับคำพูดร้ายๆ โดยไม่โต้ตอบแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งที่แท้จริง ฉากที่พระเอกพยายามจะเข้าไปช่วยแต่ถูกดึงไว้ทำให้คนดูรู้สึกหงุดหงิดตามไปด้วย เป็นฉากที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการไม่พูดแต่กลับสื่อสารได้มากกว่าการตะโกน