ต้องยกนิ้วให้ทีมเครื่องแต่งกายในหงส์คืนวัง โดยเฉพาะเครื่องประดับศีรษะของตัวละครหญิงที่ออกแบบมาอย่างประณีต ทุก รายละเอียดล้วนแสดงถึงความสูงส่ง ทั้งดอกไม้ทองคำและหยกสีเขียวที่ประดับอยู่บนศีรษะ สะท้อนถึงฐานะและบุคลิกของตัวละครได้อย่างชัดเจน เวลาตัวละครขยับหัว เครื่องประดับก็ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ เพิ่มมิติให้กับฉาก การเลือกสีเครื่องประดับให้เข้ากับชุดก็ทำได้ดีมาก
การแสดงในหงส์คืนวัง เน้นการใช้สีหน้าและแววตาในการสื่อสารอารมณ์ โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครหญิงในชุดสีขาวมองลงมาด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น หรือฉากที่ตัวละครชายในชุดทองมองด้วยความกังวล สีหน้าเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งภายในใจได้ดีกว่าคำพูดใดๆ การแสดงแบบนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับตัวละครมากขึ้น
ฉากในห้องโถงใหญ่ของหงส์คืนวัง ออกแบบมาได้ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ ทั้งม่านสีทองและสีชมพูที่ห้อยลงมาจากเพดานสูง โต๊ะไม้แกะสลัก และพรมลายโบราณ ทุกอย่างรวมกันสร้างบรรยากาศของวังหลวงได้อย่างสมบูรณ์แบบ การจัดวางตำแหน่งตัวละครในห้องก็ดูมีชั้นเชิง ตัวละครหลักยืนอยู่ตรงกลาง ขณะที่ตัวละครรองยืนอยู่ด้านข้าง สะท้อนถึงลำดับชั้นในวังได้ชัดเจน
ฉากที่ตัวละครหญิงในชุดสีเขียวมรกตนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แล้วมีตัวละครหญิงอีกคนในชุดสีเขียวอ่อนมายืนอยู่ข้างๆ ดูมีความตึงเครียดแฝงอยู่ แม้จะไม่มีคำพูดแต่สีหน้าของทั้งสองคนบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งได้ชัดเจน ตัวละครในชุดสีเขียวมรกตดูมีอำนาจและเย็นชา ในขณะที่ตัวละครอีกคนดูเกร็งและกังวล ฉากนี้ในหงส์คืนวัง ทำให้ผู้ชมรู้สึกอยากรู้ว่าเรื่องราวระหว่างสองคนนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
ฉากที่เด็กน้อยถูกผู้ใหญ่สองคนจับตัวไว้แล้วบังคับให้กินยาในหงส์คืนวัง เป็นฉากที่ดูแล้วรู้สึกสงสารเด็กมากๆ สีหน้าของเด็กที่พยายามดิ้นรนและร้องไห้ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย ตัวละครหญิงในชุดสีเขียวมรกตที่มองอยู่ข้างๆ มีสีหน้าที่ดูเย็นชาและไม่มีความเมตตา ฉากนี้สร้างความรู้สึกโกรธแค้นให้กับผู้ชมและทำให้ต้องการเอาใจช่วยตัวละครที่อ่อนแอมากขึ้น