ฉากภายนอกที่เห็นฐานทัพหรือที่พักอาศัยลอยอยู่เหนือพื้นโลกพร้อมยานอวกาศบินผ่านไปมานั้นอลังการงานสร้างมาก แสงไฟยามค่ำคืนตัดกับความมืดของอวกาศทำให้ดูโรแมนติกและลึกลับในเวลาเดียวกัน ฉากที่ตัวละครนั่งจิบชาในห้องโถงใหญ่ที่มองเห็นดาวเคราะห์คือภาพที่ฝันว่าสักวันจะได้เห็นใน สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า มันคือความฝันของคนรักโลกอนาคตอย่างแท้จริง
การปรากฏตัวของตัวละครที่ใส่แว่นและสวมชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที เขาดูเหมือนจะเป็นผู้วางแผนหรือคนที่ถือกุญแจสำคัญของเรื่อง บุคลิกที่ดูสุขุมและเยือกเย็นแตกต่างจากตัวละครอื่นอย่างชัดเจน การมีตัวละครแบบนี้ใน สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ช่วยเพิ่มมิติของความฉลาดและกลยุทธ์ให้กับเนื้อเรื่อง ทำให้คนดูต้องคอยจับตามองว่าเขาจะทำอะไรต่อไป
สังเกตไหมว่าเครื่องแบบสีขาวของตัวละครหลักมีเหรียญตราและเชือกถักสีทองที่ดูวิจิตรมาก มันไม่ใช่แค่ของตกแต่งแต่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของยศหรือเกียรติยศที่ได้รับมา ความใส่ใจในดีเทลเครื่องแต่งกายแบบนี้ทำให้ตัวละครดูมีน้ำหนักและมีประวัติความเป็นมา เป็นสิ่งที่ทำให้ สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ดูมีความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือในแง่ของโลกสมมติที่สร้างขึ้น
แม้ฉากจะสวยและตัวละครจะดูเท่ แต่ลึกๆ แล้วเรื่อง สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า กลับให้ความรู้สึกเหงาจับใจ ฉากที่ยืนมองดาวเคราะห์ดวงใหญ่เพียงลำพังหรือการนั่งจิบชาคนเดียวในห้องกว้าง มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวของคนที่ต้องแบกรับภาระใหญ่หลวง ความสวยงามของฉากหลังยิ่งขับเน้นความว่างเปล่าในใจตัวละคร ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความเหงาที่สวยงามนี้
แค่ฉากการเดินก็บอกเล่าเรื่องราวได้มากแล้ว การเดินอย่างมั่นใจในรองเท้าบูทสีขาวของตัวละครหนึ่ง ตัดกับการเดินที่ดูรวดเร็วและคล่องตัวในชุดดำของอีกตัวละคร มันสะท้อนถึงหน้าที่และนิสัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฉากเปิดเรื่องที่เน้นที่รองเท้าก่อนจะค่อยๆ แพนกล้องขึ้นไปที่ใบหน้าเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ฉลาดมากใน สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ทำให้คนดูตื่นเต้นตั้งแต่เริ่ม