ชอบโมเมนต์ที่ผู้บัญชาการทรุดตัวลงแล้วทหารหนุ่มเข้าไปประคอง มันสื่อถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าแค่ลำดับชั้นบังคับบัญชา แสงสว่างวาบและหางสีขาวที่ปรากฏขึ้นเหมือนเป็นการปลดปล่อยพลังบางอย่างที่เก็บกดไว้ น้ำตาที่ไหลรินบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทำให้ใจคนดูเจ็บตามไปด้วย การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ทำได้ดีมากจนไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบ
เปลี่ยนฉากมาที่หอพักนักเรียนนายร้อยในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ก็เจอความว้าวทันที ดีไซน์ห้องนอนที่ดูอบอุ่นแต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีโฮโลแกรม บวกกับตัวละครสาวหูแมวที่ดูซุกซนตัดกับสาวผมม้าที่ดูเคร่งขรึม การที่เธอพยายามปลอบใจเพื่อนที่กำลังเครียดจากข้อมูลบนหน้าจอ เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นของมิตรภาพสหายรบในยุคอวกาศ
ต้องยกนิ้วให้ทีมอนิเมชั่นที่เก็บรายละเอียดดวงตาได้ละเอียดมาก โดยเฉพาะช็อตโคลสอัพของสาวผมม้าที่กำลังจ้องหน้าจอโฮโลแกรม แววตาที่สะท้อนแสงข้อมูลดิจิทัลผสมกับความกังวล มันบอกเล่าเรื่องราวความกดดันที่เธอต้องแบกรับได้ดีสุดๆ ไม่ต้องมีบทพูดก็รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ การถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ถือว่าทำออกมาได้ระดับมืออาชีพ
ฉากที่สาวหูแมวเดินเข้ามาจับมือเพื่อนที่กำลังนั่งซึม เป็นฉากที่เรียบง่ายแต่กินใจมาก การสัมผัสที่ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจให้กัน มันคือพลังของเพื่อนแท้จริงๆ ท่าทางที่เธอโน้มตัวเข้าไปหาพร้อมสีหน้าเป็นห่วง ทำให้คนดูรู้สึกอยากเข้าไปกอดตัวละครทั้งสองเลย ความสัมพันธ์แบบนี้แหละที่ทำให้เรื่องสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า น่าติดตามกว่าแค่ฉากแอ็คชั่น
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือการนำเสนอเทคโนโลยีในอนาคตที่ไม่ดูห่างไกลจนเกินไป นาฬิกาข้อมือที่ฉายหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมา หรือประตูที่ต้องสแกนม่านตาและลายนิ้วมือ มันดูสมจริงและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของตัวละคร ฉากในห้องนอนที่แสงสีส้มอุ่นๆ ตัดกับแสงสีฟ้าของหน้าจอ ทำให้บรรยากาศดูสบายตาและน่าอยู่มาก เป็นงานดีไซน์ที่ใส่ใจรายละเอียดจริงๆ