ต้องยอมรับเลยว่าชุดเครื่องแบบสีขาวของเขานั้นดูดีมีอำนาจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะฉากที่เดินผ่านห้องโถงใหญ่ที่มีแสงสีฟ้าส่องลงมา มันดูเท่และดูลึกลับมาก การที่เขาพยายามปกป้องความทรงจำหรือภาพอดีตเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแสดงให้เห็นว่าภายใต้ความเย็นชานั้นเขามีหัวใจที่อ่อนโยนซ่อนอยู่ เรื่องราวในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า น่าจะมีความปมด้อยหรือความเจ็บปวดบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเข้มแข็งขนาดนี้
เจ้าสัตว์ประหลาดตัวน้อยที่ลอยได้และมีแสงสีฟ้ารอบตัวนั้นน่ารักจนใจจะขาด! มันดูเหมือนจะเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยงธรรมดา อาจจะเป็นหุ่นยนต์หรือสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่คอยช่วยเหลือเขา การที่มันกระโดดเข้ามาหาเขาในตอนที่เขากำลังเศร้าหรือคิดหนัก มันช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้กับฉากนั้นได้เป็นอย่างดี ในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ตัวละครแบบนี้มักจะมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องในอนาคตอย่างแน่นอน
ภาพโฮโลแกรมที่แสดงให้เห็นเด็กๆ กำลังเล่นหิมะอย่างมีความสุข ตัดสลับกับภาพสงครามหรือความหายนะ มันสร้างความรู้สึกหดหู่และเห็นใจตัวละครหลักมาก มันเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าพวกเขากำลังต่อสู้เพื่ออะไร และอะไรคือสิ่งที่พวกเขาพยายามจะปกป้องไว้ ฉากนี้ในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ทำออกมาได้ดีมากจนทำให้คนดูอินไปกับอารมณ์ของตัวละครอย่างเต็มที่
ฉากที่พระเอกอุ้มนางเอกแล้วมีหูสัตว์โผล่ออกมานั้นช่างน่ารักและโรแมนติกสุดๆ เลยค่ะ ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูมีความผูกพันที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่ความรักทั่วไป มันเหมือนเป็นคู่หูที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคด้วยกัน การที่คนในโซเชียลพากันอิจฉาและแสดงความยินดีก็ทำให้เรารู้สึกดีไปกับพวกเขาด้วย เรื่องราวความรักในสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า มันช่างหวานซึ้งจนต้องเขินแทนจริงๆ
ฉากเมืองที่มีตึกสูงเสียดฟ้าและยานพาหนะลอยได้ มันสร้างโลกจินตนาการที่สวยสดงดงามมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกผมทองยืนมองเมืองนั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีจริงๆ การออกแบบเครื่องแต่งกายและสถาปัตยกรรมในเรื่องสมรภูมิรักดาวอัลฟ่า นั้นละเอียดและประณีตมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวในโลกอนาคตเลยล่ะค่ะ