การดำเนินเรื่องในขบวนรถไฟเก่าๆ ให้ความรู้สึกคลาสสิกและน่าค้นหา ฉากที่พระเอกสูบบุหรี่ท่ามกลางหิมะพร้อมบอดี้การ์ดถือร่มสีดำเรียงราย ดูทรงพลังและน่าเกรงขามมาก เหมือนเขาเป็นมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพลบางคนที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ข้างใน เรื่องราวในลิขิตรักคืนหิมะโปรย น่าติดตามมาก
ชอบการแสดงออกทางสีหน้าของพระเอกมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเจ็บปวด มันบอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด ฉากที่เขาจูบกับนางเอกก็เต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องลิขิตรักคืนหิมะโปรย เลย
ฉากที่พระเอกตื่นขึ้นมาบนเตียงแล้วพบว่าตัวเองอยู่คนเดียว ทำให้คนดูอย่างเราสงสัยว่าฉากโรแมนติกก่อนหน้านี้เป็นแค่ความฝันหรือความทรงจำกันแน่ การตัดสลับระหว่างฉากปัจจุบันกับฉากในอดีตทำได้ดีมาก ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าเรื่องราวในลิขิตรักคืนหิมะโปรย จะลงเอยอย่างไร
ต้องชมทีมโปรดักชั่นที่สร้างบรรยากาศได้สุดยอดมาก ทั้งแสง สี เสียง และฉากหลังที่ดูสมจริง ฉากหิมะตกหนักกับรถไฟที่วิ่งผ่านเมืองในยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกเหงาและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน เรื่องราวความรักในลิขิตรักคืนหิมะโปรย ดูจะมีความซับซ้อนและน่าติดตามมาก
พระเอกกับนางเอกมีเคมีที่เข้ากันได้ดีมาก ฉากที่พวกเขาเต้นรำและจูบกันดูเป็นธรรมชาติและไม่เขินเขิน การแสดงของทั้งคู่ทำให้คนดูอย่างเราเชื่อในความรักของพวกเขาจริงๆ อยากดูต่อว่าเรื่องราวในลิขิตรักคืนหิมะโปรย จะพัฒนาไปอย่างไรต่อไป