ใครจะคิดว่ารักเหนือกาลเวลา จะจบด้วยฉากบนเตียงที่ดูอบอุ่นขนาดนี้ จากความตึงเครียดในงานอีเวนต์ สู่ความอ่อนโยนในห้องนอน การแสดงของ เกบ อาร์เมนตาโน ในช็อตใกล้ๆ แสดงให้เห็นถึงความอ่อนล้าแต่มีความสุข เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ผู้กำกับเก็บมาได้ดีมาก ทำให้เรื่องราวดูมีมิติมากกว่าแค่ดราม่า
ต้องยกนิ้วให้คอสตูมในเรื่องรักเหนือกาลเวลา โดยเฉพาะชุดสีเทาโปร่งของ คิลีย์ นิโคล เพียร์สัน ที่ใส่ในงาน วีไอพี มันดูแพงและเข้ากับบุคลิกตัวละครมาก ยิ่งตอนเธอจับมือพระเอกแล้วโชว์แหวนกับเล็บสีเข้ม ยิ่งเพิ่มเสน่ห์แบบผู้ดีมีตระกูล ฉากนี้ถ่ายออกมาแล้วดูแฟชั่นจ๋าๆ มาก
ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้มุมกล้องในรักเหนือกาลเวลา ตอนสัมภาษณ์ใช้ระยะใกล้เพื่อจับอารมณ์สายตา แต่พอถึงฉากจูบกลับถอยออกมาให้เห็นบรรยากาศรอบข้างที่มีคนมุงดู ให้ความรู้สึกเหมือนเราไปยืนอยู่ในเหตุการณ์จริงด้วย การเปลี่ยนโทนสีจากแสงแฟลชจ้าๆ มาเป็นแสงสลัวในห้องนอนก็ทำทรานซิชันได้เนียนตา
ดูรักเหนือกาลเวลา แล้วรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่าง เกรซ และ แอนดรูว์ ไม่ใช่แค่ความรักแบบหวานแหววทั่วไป แต่มีอะไรที่ดูจริงจังและผูกพันมาก ตอนเธอเอามือไปจับหน้าเขาแล้วจูบ มันสื่อถึงความไว้ใจและความรักที่มั่นคง แม้ฉากหลังจะเป็นงานวุ่นวายแต่โฟกัสอยู่ที่สองคนนี้อย่างเดียว
แม้จะเป็นคลิปสั้นๆ แต่รักเหนือกาลเวลา ใส่ใจเรื่องเสียงมาก เสียงพูดคุยในงานที่เบาๆ คลอไปกับภาพ ทำให้ไม่รบกวนอารมณ์คนดู พอตัดมาฉากในห้องนอนความเงียบกลับทำให้รู้สึกถึงความสนิทสนมระหว่างตัวละครได้ชัดเจนขึ้น เป็นงานโปรดักชั่นที่ใส่ใจรายละเอียดเสียงได้ดีมากจริงๆ