ชอบฉากที่ทั้งสองนั่งกินข้าวกันโดยแทบไม่พูดอะไร มีแต่เสียงช้อนส้อมกระทบจาน ความอึดอัดมันลอยออกมาจากจอเลย พระเอกพยายามดูแลเธอด้วยการตักอาหารให้ แต่เธอกลับไม่สนใจและยืนกรานจะกลับ การแสดงออกทางสายตาใน (พากย์เสียง) รักจากลา บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าบทพูดเสียอีก
ดูเหมือนว่าพระเอกจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ ทั้งพาไปร้านที่ชอบ สั่งเมนูโปรดให้ แต่เธอกลับตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เดินต่อด้วยกัน ฉากที่เขาจับแขนเธอแล้วบอกว่าไปไหนด้วยกันไม่ได้ไหม มันดูน่าสงสารมาก เป็นฉากที่บีบหัวใจใน (พากย์เสียง) รักจากลา ที่ทำให้คนดูต้องเอาใจช่วย
การเลือกใช้โทนสีแดงของผนังห้องอาหารมันช่างเข้ากับสถานการณ์ที่ร้อนระอุและเจ็บปวดของทั้งคู่ได้ลงตัวมาก พระเอกในชุดสูทสีดำดูเคร่งขรึมและจริงจัง ในขณะที่เธอในชุดขาวดูบริสุทธิ์แต่ก็เปราะบาง การโต้เถียงกันเรื่องเวลาและการไม่เล่นเกมด้วยใน (พากย์เสียง) รักจากลา ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์นี้คงไปต่อไม่ได้แล้ว
พระเอกดูเป็นผู้ชายที่ควบคุมทุกอย่างได้เสมอ แม้แต่การสั่งอาหารให้เธอโดยไม่ถาม แต่พอเธอจะลุกกลับ เขากลับแสดงความเป็นเจ้าของออกมาทันที ประโยคที่ว่าไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเธอ แสดงให้เห็นว่าเขากำลังเก็บกดความรู้สึกไว้ การเผชิญหน้ากันใน (พากย์เสียง) รักจากลา ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลย
บรรยากาศในร้านอาหารสีแดงฉานสะท้อนความตึงเครียดระหว่างสองคนได้เป็นอย่างดี พระเอกพยายามยื้อความสัมพันธ์ด้วยอาหารที่เธอชอบ แต่พระเอกกลับดูเย็นชาและตัดสินใจเด็ดขาด ฉากที่เขาดึงแขนเธอไว้แล้วบอกว่านี่คือครั้งสุดท้าย ทำเอาใจสลายจริงๆ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ใน (พากย์เสียง) รักจากลา สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก