ใครจะคิดว่าปุ่มเสื้อธรรมดาๆ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องได้ขนาดนี้ ฉากที่นางเอกนั่งเย็บปุ่มดอกกุหลาบด้วยมือ ดูละเอียดอ่อนและมีความตั้งใจมาก คู่แข่งที่ยืนมองด้วยสายตาอิจฉามันสื่ออารมณ์ได้ดีสุดๆ พล็อตเรื่องไม่ซับซ้อนแต่ดูเพลินมาก เหมือนได้ดู (พากย์เสียง) ฉีกพล็อตเดิม ขึ้นแท่นตัวแม่ยุค ที่เน้นฝีมือและความพยายามของคนตัวเล็กๆ
ฉากเปิดเรื่องด้วยป้ายร้านตัดเสื้อซวงซวง มันให้ความรู้สึกย้อนยุคมาก ตัวละครแต่ละตัวมีคาแรคเตอร์ชัดเจน โดยเฉพาะนางเอกที่ดูมั่นใจในตัวเองมาก การที่เธอกล้าซื้อผ้าทั้งหมดและท้าทายเจ้าของร้านเดิม มันแสดงให้เห็นถึงความกล้าได้กล้าเสีย เรื่องราวการแย่งชิงลูกค้าและการสร้างจุดขายใหม่ทำให้คิดถึง (พากย์เสียง) ฉีกพล็อตเดิม ขึ้นแท่นตัวแม่ยุค ที่ดูแล้วลุ้นตามทุกฉาก
ชอบตรงที่เรื่องไม่เน้นดราม่าหนักเกินไป แต่เน้นที่การพัฒนาฝีมือและการสร้างธุรกิจเล็กๆ ของนางเอก ฉากที่เธอเอาปุ่มไปขายหน้าร้านแล้วมีคนมาซื้อเยอะมาก มันทำให้รู้สึกภูมิใจไปกับเธอด้วย การที่เธอใช้ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนผ้าเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้าขายดี มันช่างน่าประทับใจ เหมือนใน (พากย์เสียง) ฉีกพล็อตเดิม ขึ้นแท่นตัวแม่ยุค ที่สอนให้เราไม่ยอมแพ้
ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นทุกฉาก โดยเฉพาะตอนที่นางเอกกับคู่แข่งเผชิญหน้ากัน สายตาที่มองกันมันบอกทุกอย่างโดยไม่ต้องพูดเยอะ ฉากการเย็บปุ่มและการออกแบบสินค้าใหม่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสไตล์แต่ละคน เรื่องราวการแข่งขันทางธุรกิจที่ทำให้ต้องงัดทุกกลยุทธ์ออกมาใช้ มันทำให้คิดถึง (พากย์เสียง) ฉีกพล็อตเดิม ขึ้นแท่นตัวแม่ยุค ที่ดูแล้วสนุกและมีแรงบันดาลใจ
ดูแล้วรู้สึกอินมากกับบรรยากาศร้านตัดเสื้อยุคเก่า ที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ซ่อนปมดราม่าไว้เพียบ นางเอกใส่ยีนส์แจ็กเก็ตดูเท่มาก เดินเข้ามาแบบไม่เกรงใจใคร แต่พอเห็นฝีมือการเย็บปุ่มแล้วต้องร้องว้าว เรื่องราวการต่อสู้กับคู่แข่งและการสร้างแบรนด์ตัวเองทำให้นึกถึง (พากย์เสียง) ฉีกพล็อตเดิม ขึ้นแท่นตัวแม่ยุค ที่ดูแล้วสนุกไม่หยุดจริงๆ