ชอบการออกแบบฉากในคฤหาสน์มากค่ะ มันดูแพงและอลังการแต่กลับให้ความรู้สึกเย็นชาและห่างเหิน โดยเฉพาะฉากที่พ่อบ้านยืนนิ่งๆ กับลูกสาวตัวน้อยที่กอดตุ๊กตา มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย จุดพีคคือตอนที่พระเอกเปิดเจอเอกสารในแฟ้มสีน้ำตาล ยิ่งทำให้ใจหายวาบ เรื่องราวใน ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเธอ มันช่างเจ็บปวดแต่ก็ดึงดูดให้ดูต่อไม่หยุดเลย
ต้องยกนิ้วให้คนตัดต่อเลยค่ะ การสลับภาพระหว่างหญิงสาวที่กำลังจัดดอกไม้กับชายหนุ่มที่กำลังรื้อค้นตู้เสื้อผ้า มันสร้างความสงสัยได้มหาศาลว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันยังไง และทำไมบรรยากาศถึงดูอึดอัดขนาดนี้ พอมาเห็นฉากจบที่มีเด็กน้อยยืนมองด้วยสายตาตกใจ ยิ่งทำให้เราอยากรู้ว่าผู้ใหญ่กำลังทำอะไรผิดไป เรื่องราวใน ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเธอ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมากจริงๆ ค่ะ
ฉากที่พระเอกเปิดดูเอกสารแล้วกล้องซูมไปเห็นคำว่า Divorce Agreement มันคือช็อตที่กระแทกใจคนดูมากค่ะ ไม่ต้องมีบทพูดอะไรเพิ่มเลย แค่เห็นปฏิกิริยาของเด็กน้อยที่เอามือปิดปากก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้กระทบจิตใจเธอแค่ไหน การดำเนินเรื่องใน ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเธอ เร็วและกระชับมาก ในเวลาสั้นๆ สามารถเล่าปมดราม่าครอบครัวได้ครบถ้วนจริงๆ
ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครเลยค่ะ โดยเฉพาะสีหน้าของชายชุดครีมที่ดูสับสนและเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าความจริงคืออะไร ฉากในห้องเก็บเสื้อผ้าที่ดูโล่งแต่กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าในใจตัวละคร มันช่างเสียดแทงใจมาก การแสดงของนักแสดงทุกคนดูเป็นธรรมชาติมาก ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวใน ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเธอ ได้อย่างง่ายดายเลย ใครชอบดราม่าครอบครัวห้ามพลาดนะคะ
ตัวละครพ่อบ้านในชุดทักซิโด้ดำดูมีบทบาทสำคัญมากค่ะ ยืนนิ่งๆ แต่สายตาดูรู้เรื่องทุกอย่าง เหมือนเขาเป็นคนที่คอยเฝ้าดูความแตกแยกของครอบครัวนี้ การที่มีเด็กน้อยมายืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ใหญ่ที่กำลังมีปัญหา มันยิ่งทำให้เรารู้สึกสงสารเด็กมาก เรื่องราวใน ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเธอ สะท้อนปัญหาครอบครัวได้ดีมากเลยค่ะ ดูแล้วคิดตามเยอะมาก