แค่ฉากเปิดมาก็รู้แล้วว่าเรื่องไม่ธรรมดาแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแต่ละคนดูซับซ้อนเกินกว่าจะเดาทางได้ โดยเฉพาะแววตาของหญิงสาวในชุดสูทดำที่ดูเหมือนจะรู้ความลับบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงแต่ละคนในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา สมจริงจนทำให้เราอินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่ายมาก
การแต่งกายของตัวละครในเรื่องนี้สื่อความหมายได้ลึกซึ้งมาก เครื่องแบบนักบินสีขาวตัดกับชุดสูทสีดำอย่างชัดเจน บ่งบอกถึงโลกสองใบที่อาจกำลังจะชนกัน ฉากที่หญิงสาวในเครื่องแบบยื่นผ้าเช็ดตัวให้ชายหนุ่มดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยนัยสำคัญบางอย่างที่ทำให้เราต้องกลับมาคิดทบทวนในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา อีกครั้ง
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะก็สื่อสารอารมณ์ได้ครบถ้วน สายตาของชายหนุ่มในชุดสูทที่มองไปยังหญิงสาวในเครื่องแบบนักบินเต็มไปด้วยความสับสนและกังวล ในขณะที่หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดูจะไม่พอใจกับสถานการณ์นี้เอาเสียเลย ความเงียบในฉากนี้ของดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ดังกว่าเสียงตะโกนใดๆ ทั้งสิ้น
ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของพายุใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น การที่ตัวละครทุกตัวมารวมกันในห้องเดียวและต่างคนต่างมีสีหน้ากังวล บ่งบอกว่าความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย การเดินเข้ามาของหญิงสาวในชุดสูทดำดูเหมือนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนทุกอย่างในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ให้พลิกผันไปจากเดิม
เห็นได้ชัดว่าความอดทนของตัวละครเริ่มจะหมดลงแล้ว โดยเฉพาะหญิงสาวในเครื่องแบบนักบินที่ดูเหมือนจะพยายามควบคุมอารมณ์อย่างเต็มที่ แต่แววตาของเธอกลับบอกเล่าความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ข้างใน ฉากดราม่าในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ฉากนี้ทำเอาใจเราหวิวไปตามๆ กันเลยจริงๆ