ชอบการแสดงสีหน้าของตัวละครหญิงในเสื้อคลุมขนสีชมพูมาก ยิ้มทั้งที่ตาไม่ยิ้ม ดูเหมือนรู้ความลับบางอย่างที่เจ้าสาวไม่รู้ ฉากที่เจ้าบ่าวเดินออกมาพร้อมคณะทำให้สถานการณ์ยิ่งบีบคั้น ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่ในงานแต่งนั้นจริงๆ ช่างเป็นพล็อตเรื่องใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่น่าติดตามสุดๆ
ฉากที่เจ้าบ่าวในชุดสีน้ำตาลหันไปมองหญิงสาวอีกคนด้วยสายตาอ่อนโยน ในขณะที่เจ้าสาวยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆ ช่างสร้างความรู้สึกอึดอัดได้ยอดเยี่ยม การตัดสลับระหว่างความโกรธและความสุขทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ รอคอยว่าระเบิดจะระเบิดเมื่อไหร่ ใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ฉากนี้คือจุดพีคที่ห้ามพลาด
การออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก เจ้าสาวใส่ชุดขนสัตว์ดูหรูหราแต่เย็นชา ในขณะที่หญิงสาวอีกคนใส่เสื้อคลุมขนสีชมพูดูอ่อนโยนแต่แฝงความอันตราย ชุดแต่ละชุดเหมือนกำลังบอกเล่าบุคลิกของตัวละครโดยไม่ต้องพูดคำเดียว ช่างเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา น่าสนใจยิ่งขึ้น
ฉากหลังเป็นโบสถ์สีขาวสวยงามตัดกับอารมณ์ที่แตกสลายของตัวละครได้อย่างลงตัว แสงแดดสดใสแต่กลับทำให้ความเจ็บปวดในใจตัวละครเด่นชัดยิ่งขึ้น ช่างเป็นความขัดแย้งที่สร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังประสบเหตุการณ์นั้นจริงๆ ใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ฉากนี้คือศิลปะการเล่าเรื่องชั้นยอด
ฉากที่ประตูโบสถ์เปิดออกและเจ้าบ่าวอีกคนเดินออกมาพร้อมเจ้าสาวอีกคน ช่างเป็นโมเมนต์ที่ช็อกคนดูได้ยอดเยี่ยม สีหน้าที่เปลี่ยนไปของตัวละครทุกตัวบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องมีคำพูด ช่างเป็นการเล่าเรื่องผ่านภาพที่ทรงพลังมาก ใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้น