
แม้เรื่องจะดูตึงเครียดแต่ก็มีฉากที่ทุกคนในฐานทัพฉลองความสำเร็จ ทำให้เห็นว่าในความยากลำบากยังมีความหวังอยู่ เป็นสิ่งที่ทำให้ สมองซ่อนขุมทรัพย์ ไม่ใช่แค่เรื่องแอ็กชันธรรมดาแต่มีมิติของอารมณ์มนุษย์ด้วย
จากหนุ่มใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนังธรรมดา กลายเป็นชายชุดดำสุดเท่ที่เดินเข้ามาในห้องประชุม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่ภายนอก แต่ดูเหมือนเขาจะได้รับพลังหรือความรับผิดชอบบางอย่างใน สมองซ่อนขุมทรัพย์ มาแล้ว
ฉากที่พระเอกได้รับพลังแสงสีทองช่างน่าทึ่งมาก เหมือนเป็นการเปิดมิติใหม่ให้กับตัวละครใน สมองซ่อนขุมทรัพย์ การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายสื่อถึงความเจ็บปวดแต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง เป็นฉากที่ดูแล้วขนลุกจริงๆ
ฉากฐานทัพในทะเลทรายที่มีหลุมลึกลับตรงกลางสร้างความสงสัยให้คนดูมาก อยากรู้ว่าข้างล่างนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ การปรากฏตัวของนักวิทยาศาสตร์และทหารทำให้เรื่องดูสมจริงขึ้นมาก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ สมองซ่อนขุมทรัพย์ เลยทีเดียว
โฮโลแกรมโลกในห้องประชุมและอุปกรณ์ต่างๆ ในฐานทัพแสดงถึงเทคโนโลยีที่ล้ำยุคมาก ทำให้เรื่อง สมองซ่อนขุมทรัพย์ ดูมีความเป็นไซไฟที่สมจริง ไม่ใช่แค่จินตนาการลอยๆ แต่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ตอนที่พระเอกเดินเข้ามาในห้องประชุมแล้วทุกคนลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ แสดงให้เห็นว่าเขาต้องมีสถานะหรือพลังบางอย่างที่พิเศษมากใน สมองซ่อนขุมทรัพย์ ฉากนี้ทำให้คนดูอยากรู้ต่อว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉากที่นางเอกวิ่งมากอดพระเอกแล้วร้องไห้หนักมาก ทำเอาคนดูอย่างเราซึ้งจนน้ำตาไหลตาม ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยออกมา เป็นโมเมนต์ที่ทรงพลังที่สุดใน สมองซ่อนขุมทรัพย์ ช่วงนี้เลย
ฉากในห้องประชุมที่มีโฮโลแกรมโลกตรงกลางดูทันสมัยมาก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก การโต้เถียงกันของตัวละครแต่ละคนสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในองค์กรใน สมองซ่อนขุมทรัพย์ ได้ดีมาก
ฉากที่พระเอกยืนอยู่บนน้ำที่มีพระอาทิตย์สีทองด้านหลังดูสวยงามเหมือนความฝัน การพบกันระหว่างเขากับชายชราดูมีความหมายลึกซึ้ง เป็นฉากที่สร้างบรรยากาศลึกลับให้กับ สมองซ่อนขุมทรัพย์ ได้ดีมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแต่ละคู่ในเรื่องดูซับซ้อนมาก ทั้งพระเอกกับนางเอก พระเอกกับชายชรา หรือแม้แต่ในกลุ่มผู้บริหาร แต่ละความสัมพันธ์มีชั้นเชิงและเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้ สมองซ่อนขุมทรัพย์ น่าติดตามมากขึ้น


รีวิวตอนนี้