
ชอบมากตรงที่ผู้สร้างใส่ใจรายละเอียดของพิธีกรรมมืด สัญลักษณ์บนพื้นวิหารที่เรืองแสงสีแดง ถ้วยศักดิ์สิทธิ์ที่มีดวงตา และเทียนที่เรียงรายอย่างมีแบบแผน ทุกอย่างดูขลังและน่ากลัวจริงๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังแอบดูพิธีต้องห้ามอยู่เลย การดูใน แอปเนตชอร์ต ทำให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้ชัดเจนมาก
ตัวละครแม่ชีตาบอดนี่น่ากลัวแต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มที่ค่อยๆ กว้างขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะที่ดังก้องไปทั้งวิหาร ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแต่ก็วางตาไม่ลง การแสดงออกทางสีหน้าตอนที่ได้รับพลังมืดช่างสมจริงจนขนลุกซู่ ดูแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมพระเอกถึงต้องเผชิญหน้ากับเธอในเรื่อง รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือการต่อสู้ระหว่างพลังแสงและพลังมืดที่แสดงออกผ่านสีสัน พระเอกที่มาพร้อมกับแสงสีฟ้าตัดกับวิหารสีแดงเลือดของแม่ชีตาบอด สื่อถึงความขัดแย้งภายในจิตใจตัวละครได้ลึกซึ้งมาก ดูแล้วได้คิดตามว่าจริงๆ แล้วความดีกับความชั่วอาจไม่ได้อยู่ที่ภายนอก เรื่อง รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร สอนให้เราเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ได้ดี
ตอนที่ประตูวิหารพังทลายและพระเอกเดินเข้ามาท่ามกลางพลังสีแดงที่หมุนวน คือฉากที่เท่ที่สุด! สายตาที่เปลี่ยนเป็นสีส้มเพลิงแสดงถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา การเผชิญหน้าระหว่างเขากับแม่ชีตาบอดสร้างความตื่นเต้นได้สุดๆ ใครที่ชอบฉากต่อสู้ด้วยพลังต้องดู รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ให้ได้
ฉากเปิดเรื่องคือที่สุดจริงๆ ป้อมปราการสีแดงฉานท่ามกลางหิมะขาวโพลน ตัดกับท้องฟ้าที่เหมือนเลือดสาด ภาพสวยจนต้องหยุดดูซ้ำหลายรอบ พอเข้าสู่พิธีกรรมในวิหาร แสงสีแดงที่ส่องผ่านกระจกสีสร้างอารมณ์หลอนได้ดีมาก ดูใน แอปเนตชอร์ต แล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในนรกจริงๆ เรื่อง รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร นี้ทำภาพได้เหนือระดับซีรีส์ทั่วไปมาก
ชอบฉากที่พระเอกกระโดดลงมาจากฟ้าแล้วลอยอยู่กลางอากาศท่ามกลางศัตรูที่ล้อมรอบ มันดูเท่และมีความเป็นผู้นำสูงมาก แววตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงตอนใช้พลังนั้นบ่งบอกว่าเขาเอาจริงแล้ว ฉากต่อสู้หลังจากนั้นรวดเร็วและรุนแรงมาก ศัตรูที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกลับพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ ทำให้รู้ว่าระดับพลังของพระเอกใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร นั้นเหนือกว่าคนอื่นมากจริงๆ
ตอนจบของคลิปนี้ทำได้ดีมาก พระเอกยืนมองภูเขาที่มีปราสาทไฟลุกโชนอยู่ด้านบน แสงสีแดงที่พุ่งขึ้นฟ้าบ่งบอกว่ายังมีศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ารออยู่ การที่พระเอกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแสดงว่าเขาพร้อมสำหรับความท้าทายใหม่ๆ เสมอ ดูแล้วอยากกดดูตอนต่อไปทันทีว่าใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร พระเอกจะจัดการกับปราสาทไฟนั้นยังไง และใครคือตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้
นอกจากฉากแอ็คชั่นแล้ว ยังชอบปฏิกิริยาของคนรอบข้างด้วย โดยเฉพาะสาวชุดขาวที่มองพระเอกด้วยสายตาตกตะลึงผสมความกังวล และกลุ่มลูกน้องที่ใส่ชุดสูทกับหน้ากากแมวที่ดูงงๆ กับพลังที่เพิ่งเห็น ฉากเหล่านี้ทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่สู้กันอย่างเดียว ใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร การสร้างคาแรคเตอร์เสริมแบบนี้ช่วยให้โลกในเรื่องดูสมจริงและมีชีวิตชีวามากขึ้น
มังกรน้ำแข็งในเรื่องนี้สวยและอลังการมาก ตั้งแต่ตอนที่เป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ จนกลายเป็นมังกรยักษ์ที่บินได้ การออกแบบลายเกล็ดและแสงสีฟ้าที่เปล่งออกมานั้นละเอียดมาก ฉากที่พระเอกขี่มังกรบินฝ่าพายุหิมะไปถล่มค่ายศัตรูนั้นคือไฮไลท์จริงๆ ดูแล้วขนลุกเลย การที่สัตว์อสูรใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าของแบบนี้ทำให้คนดูเอาใจช่วยมากขึ้น
ฉากเปิดเรื่องคือกองทัพสัตว์ประหลาดที่ดูน่ากลัวมาก แต่พอพระเอกขี่มังกรน้ำแข็งออกมาเท่านั้นแหละ บรรยากาศเปลี่ยนทันที! การต่อสู้ด้วยพลังน้ำแข็งที่พ่นใส่ศัตรูจนกลายเป็นรูปปั้นนั้นสะใจสุดๆ ดูแล้วรู้สึกเย็นยะเยือกตามไปด้วยเลย การดำเนินเรื่องใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร เร็วและกระชับมาก ไม่มีการยืดเยื้อให้เสียอารมณ์ คนดูอย่างเราแค่ต้องการความมันส์แบบนี้แหละ

