เด็กหญิงในเสื้อกันหนาวสีชมพูคือหัวใจของเรื่องนี้จริงๆ รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนบรรยากาศจากมืดมนให้สดใสทันที เหมือนเธอเป็นแสงสว่างเดียวในความหนาวเหน็บ การที่เธอวิ่งออกมาดูพลุทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนยิ้มตามไปด้วย เป็นฉากที่เยียวยาหัวใจคนดูอย่างแท้จริง
ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้ความเงียบสื่อสารอารมณ์ระหว่างตัวละครชายกับหญิง ไม่ต้องมีบทพูดเยอะแต่สายตาที่มองกันบอกทุกอย่างได้ชัดเจน ฉากที่เขายืนมองเธอด้วยความรู้สึกซับซ้อนทำให้คนดูต้องเดาใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา เป็นเสน่ห์ของ ไฟรักกลางฤดูหนาว ที่ทำให้ติดหนึบ
โทนสีของเรื่องนี้สวยมาก โดยเฉพาะความตัดกันระหว่างเสื้อสีเขียวกับสีแดงที่สื่อถึงความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็น ฉากนอกบ้านที่มีโคมไฟแดงห้อยอยู่สร้างบรรยากาศเทศกาลได้สมบูรณ์แบบ ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่บ้านเกิดในช่วงปีใหม่ เป็นงานภาพที่ใส่ใจรายละเอียดทุกเฟรม
ตอนจบที่ทุกคนมายืนรวมกันมองท้องฟ้าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด เหมือนบอกว่าไม่ว่าจะผ่านอะไรมา สุดท้ายครอบครัวก็สำคัญที่สุด การที่ตัวละครทุกตัวได้ยิ้มพร้อมกันในฉากเดียวทำให้คนดูรู้สึกอิ่มเอมใจ เป็นตอนจบที่ทิ้งความประทับใจไว้ให้คนดูคิดถึงนานแน่นอน
ฉากที่ทุกคนยืนมองพลุด้วยกันช่างอบอุ่นจนน้ำตาจะไหล ความสัมพันธ์ที่ดูตึงเครียดในตอนแรกค่อยๆ คลี่คลายลงเหมือนน้ำแข็งที่ละลายเมื่อเจอแสงไฟ ในเรื่อง ไฟรักกลางฤดูหนาว การแสดงออกทางสีหน้าของทุกคนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นโมเมนต์ที่หาชมได้ยากในซีรีส์ยุคนี้