พล็อตเรื่องใน ไฟรักกลางฤดูหนาว น่าสนใจมากเมื่อลูกสาวคนโตกลับมาบ้านแล้วพบว่าแม่ป่วยหนัก แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือปฏิกิริยาของยายที่ดูเหมือนจะเกลียดหลานสาวคนนี้เข้าไส้ การทะเลาะเบาะแว้งในมื้ออาหารธรรมดาๆ กลับซ่อนปมดราม่าใหญ่โตไว้ การแสดงของนักแสดงแต่ละคนสมจริงมากจนรู้สึกเหมือนเราไปนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ใน ไฟรักกลางฤดูหนาว มาก โดยเฉพาะฉากที่แม่หยิบรูปถ่ายเก่าๆ ของลูกสาวทั้งสองออกมาดู แววตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และความกังวลว่าลูกจะอยู่กันยังไงเมื่อไม่มีแม่ รูปใบนั้นคือกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงอดีตอันสวยงามกับปัจจุบันที่โหดร้าย ช็อตนี้กินใจสุดๆ
บรรยากาศในยุค ๙๐ ของ ไฟรักกลางฤดูหนาว ถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม และฉากบ้านเรือนที่ดูย้อนยุค ปมปัญหาเรื่องความไม่ลงรอยกันระหว่างยายกับหลานสาวคนโต มันสะท้อนค่านิยมเก่าๆ ที่มักจะมีการเลือกที่รักมักที่ชังในครอบครัว การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
ดู ไฟรักกลางฤดูหนาว แล้วรู้สึกอินมากกับความสัมพันธ์ของพี่น้องที่อาจจะไม่ลงรอยกันแต่ก็รักกันลึกๆ ฉากที่ลูกสาวคนเล็กกอดพี่สาวทั้งที่น้ำตาไหลพราก มันแสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วเลือดข้นกว่าน้ำ ความพยายามของแม่ที่ต้องการให้ลูกทั้งสองกลับมาดีกันก่อนที่ตัวเองจะจากไป เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้คนดูต้องติดตามต่อว่าท้ายที่สุดแล้วทุกคนจะเข้าใจกันไหม
ฉากเปิดเรื่องใน ไฟรักกลางฤดูหนาว ทำเอาใจสลายทันที ภาพแม่ที่ป่วยหนักนั่งบนรถเข็นท่ามกลางหิมะขาวโพลน ตัดกับภาพอดีตที่สดใสของลูกสาวสองคน ความเจ็บปวดของแม่ที่รู้ว่าตัวเองคงไม่อยู่ดูแลลูกได้อีกแล้ว มันบีบหัวใจคนดูมาก แสงแดดที่ส่องลงมาบนหิมะยิ่งทำให้ความเศร้าดูชัดเจนและงดงามจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่