ย้อนกลับไปดูฉากอดีตในสนามบาส ยิ่งดูยิ่งอิน นางเอกพยายามเข้าหาพระเอกแต่กลับถูกทำร้ายโดยเพื่อนร่วมชั้นที่แอบชอบพระเอกเหมือนกัน ฉากที่เธอถูกผลักล้มแล้วเครื่องช่วยฟังหลุดออกมา มันสะท้อนความเปราะบางของเธอได้ดีมาก ดูใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ แล้วรู้สึกสงสารจับใจ อยากจะกระโดดเข้าไปปกป้องเธอจริงๆ
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างรอยขีดข่วนบนแก้มของนางเอกในตอนเรียน มันไม่ใช่แค่รอยถลอกธรรมดา แต่มันคือร่องรอยของความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญมาตลอด เรื่อง ให้เสียงเพลงนำทางเธอ เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก ฉากที่เธอเช็ดเลือดแล้วมองพระเอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ ทำเอาคนดูใจสลายตามไปด้วย
การที่นางเอกต้องสวมหน้ากากและทำงานเป็นสตาฟในงานอีเวนต์ เพื่อจะได้แค่แอบมองพระเอกจากระยะไกล มันช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน ใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ ฉากที่พระเอกเดินผ่านเธอไปโดยไม่รู้เลยว่าเธอคือคนเดิมที่เคยดูแลเขา มันสร้างความรู้สึกอึดอัดและลุ้นระทึกให้คนดูอยากตะโกนบอกความจริงออกมาเดี๋ยวนี้
ฉากที่หญิงสาวอีกคนเข้ามาจูบพระเอกต่อหน้านางเอก มันช่างโหดร้ายและเจ็บปวดมาก นางเอกยืนนิ่งๆ ด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดู ให้เสียงเพลงนำทางเธอ แล้วรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกขยำ ความรักที่เธอมีให้กลับกลายเป็นมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจเธอเอง
สัญลักษณ์ของเครื่องช่วยฟังในเรื่องนี้มีความหมายลึกซึ้งมาก มันไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยฟัง แต่เป็นตัวแทนของหัวใจที่เปราะบางของนางเอก ฉากที่เธอถือเครื่องช่วยฟังในมือแล้วมองพระเอกเดินจากไป ใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ มันสื่อถึงการที่เธอพยายามจะฟังเสียงหัวใจของเขา แต่กลับได้ยินเพียงเสียงความเงียบงันที่เจ็บปวด