ฉากเปิดเรื่องในซีรีส์ เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ ทำได้ดีมาก การที่เฉินติ่งเทียนลงจากรถหรูแล้วมีลูกน้องโค้งคำนับพร้อมกัน แสดงให้เห็นถึงบารมีและอำนาจที่เขามีอย่างชัดเจน ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดกับกางเกงสีขาวดูแพงมาก ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าพ่อมาเฟียในตำนานที่กำลังกลับมาทวงคืนบัลลังก์อีกครั้ง บรรยากาศหน้าโรงแรมพีซเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ชอบฉากที่เฉินติ่งเทียนเจอเด็กหนุ่มนอนหมดสภาพอยู่หน้าโรงแรมมาก แม้ภายนอกจะดูโหดเหี้ยมแต่ลึกๆ แล้วเขายังมีความเมตตา การที่เขาคุกเข่าลงเพื่อป้อนน้ำและยื่นเงินให้เด็กคนนั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ฉากนี้ใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ ทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ไร้หัวใจ แต่เป็นคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ
ใครจะคิดว่าฉากกินข้าวสุดหรูจะจบลงด้วยการถูกจับกุม! ฉากที่ตำรวจบุกเข้ามาแล้วใส่กุญแจมือเฉินติ่งเทียนทำเอาช็อกไปเลย ลูกน้องอย่างหลี่เชาที่เพิ่งจะดีใจที่ได้กินข้าวด้วยกันก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าทันที ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกกับคู่หมั้นที่ถูกเปิดเผยในวินาทีสุดท้ายทำให้เรื่องราวใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก ช็อตส่งบัตรให้ลูกเขยคือจุดพีค
ฉากตัดภาพมาสิบปีหลังจากนั้นทำเอาใจหาย ภาพเรือนจำที่ดูเงียบเหงาตัดกับฉากก่อนหน้าที่หรูหราสุดๆ การที่เฉินติ่งเทียนเดินออกมาในชุดนักโทษสีขาวดูแตกต่างจากตอนเป็นเจ้าพ่อโดยสิ้นเชิง แต่แววตายังคงดุดันเหมือนเดิม เพื่อนร่วมคุกที่ออกมาพร้อมกันดูมีความสุขแต่เขากลับนิ่งสงบ การกลับมาครั้งนี้ใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ น่าจะมีอะไรใหญ่แน่
ฉากที่เฉินเชี่ยนวิ่งเข้ามาหาพ่อตอนถูกจับกุมแสดงออกถึงความกังวลอย่างชัดเจน แม้เธอจะดูเป็นสาวธุรกิจที่เข้มแข็งแต่พอมองเห็นพ่อถูกใส่กุญแจมือก็ทนไม่ไหว ส่วนซุนต้าจื้อว่าที่ลูกเขยก็พยายามจะปกป้องแต่ทำอะไรไม่ได้มาก ฉากนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้เฉินติ่งเทียนจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ในสายตาครอบครัวเขาคือพ่อที่ต้องพึ่งพา ในเรื่อง เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ ความสัมพันธ์นี้สำคัญมาก
แม้จะติดคุกมาสิบปีแต่พอเฉินติ่งเทียนก้าวออกมา ลูกน้องเก่าก็ยังมารอรับอย่างเนืองแน่น ฉากที่ทุกคนโค้งคำนับให้เขาอีกครั้งแสดงให้เห็นว่าบารมีของเขายังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย แม้ชุดจะเปลี่ยนจากสูทหรูเป็นเสื้อยืดธรรมดาแต่แววตายังคงน่าเกรงขาม เพื่อนร่วมคุกที่มองตามด้วยความทึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาคือของจริง ใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ ฉากนี้คือเครื่องยืนยันความเป็นผู้นำ
ฉากกินข้าวระหว่างเฉินติ่งเทียนกับหลี่เชาดูผิวเผินเหมือนเพื่อนสนิทแต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยความตึงเครียด การที่หลี่เชาพยายามเอาใจเจ้านายแต่กลับถูกตำรวจจับไปพร้อมกันแสดงถึงความซวยโดยแท้ ฉากส่งบัตรให้ซุนต้าจื้อก่อนถูกจับคือการเล่นจิตวิทยาชั้นสูง เป็นการฝากฝังครอบครัวไว้ในมือลูกเขย เรื่องราวใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ เต็มไปด้วยเกมอำนาจแบบนี้จริงๆ
ฉากสุดท้ายที่เฉินติ่งเทียนยืนอยู่หน้าเรือนจำพร้อมลูกน้องที่มารอรับคือภาพที่ทรงพลังมาก แม้เวลาจะผ่านไปสิบปีแต่เขายังคงเป็นผู้นำที่ทุกคนเคารพ การที่เพื่อนร่วมคุกมองด้วยความทึ่งและลูกน้องเก่าโค้งคำนับแสดงว่าเขาคือตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ การกลับมาครั้งนี้ใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ น่าจะหมายถึงการทวงคืนทุกอย่างที่เคยสูญเสียไป เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับซีซั่นต่อไป
ชอบรายละเอียดเล็กๆ ในเรื่อง เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ มาก เช่น การที่เฉินติ่งเทียนถอดแว่นดำก่อนป้อนน้ำให้เด็กขอทาน แสดงถึงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ หรือฉากที่เขาส่งบัตรให้ลูกเขยด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย แสดงถึงความกังวลที่มีต่อครอบครัว แม้จะเป็นมาเฟียแต่เขาก็มีหัวใจ รายละเอียดพวกนี้ทำให้ตัวละครดูสมจริงและมีชีวิตชีวามากขึ้น เป็นซีรีส์ที่ใส่ใจในรายละเอียดจริงๆ
ตอนจบของตอนนี้ใน เศรษฐีบ้าภักดีลูกพี่ ทำได้ดีมาก การทิ้งปมไว้ว่าเฉินติ่งเทียนจะกลับมาทำอะไรต่อหลังจากติดคุกสิบปีทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันที ฉากที่เขายืนมองไปข้างหน้าด้วยแววตามุ่งมั่นบอกใบ้ว่าเขายังไม่ยอมแพ้ การที่มีรถหรูมาจอดรอรับแสดงว่าเขายังมีเครือข่ายที่กว้างใหญ่ เรื่องราวหลังจากนี้คงเดือดแน่นอน ใครที่ยังไม่ดูต้องรีบไปหาดูแล้ว
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม