ฉากที่ครอบครัวซูรุมล้อมวัตถุสีเขียวช่างน่าขนลุก แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความโลภจนลืมความเป็นมนุษย์ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครแต่ละคนสะท้อนกิเลสได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาพยายามแย่งชิงกัน มันช่างดูน่าสมเพชและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เรื่องราวในเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ทำให้เห็นว่าการอยากได้ของวิเศษอาจนำมาซึ่งหายนะที่คาดไม่ถึงจริงๆ
ตัวละครหญิงในชุดสีครีมดูโดดเดี่ยวท่ามกลางความวุ่นวายของตระกูลซู การที่เธอพยายามใช้พลังปกป้องหรือหยุดยั้งเหตุการณ์ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง ฉากที่เธอถูกผลักไสหรือทำร้ายจิตใจโดยคนในครอบครัวตัวเองช่างเจ็บปวดเหลือเกิน การต่อสู้ระหว่างความดีและความโลภในเรื่องนี้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นและดึงอารมณ์คนดูได้มากทีเดียว
ดูแล้วรู้สึกสงสารตัวละครหลักที่ต้องเผชิญหน้ากับความเห็นแก่ตัวของญาติพี่น้องตัวเอง ฉากที่พ่อและพี่น้องแสดงท่าทางกระหายอำนาจจนหน้าตาบิดเบี้ยวนั้นน่าตกใจมาก มันเหมือนกระจกสะท้อนด้านมืดของมนุษย์เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ เนื้อหาในเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป เตือนใจเราได้ดีว่าความโลภสามารถทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวได้รวดเร็วแค่ไหน
ชอบการใช้แสงสีทองและสีเขียวในฉากต่อสู้มาก มันช่วยขับเน้นความขลังและความอันตรายของวัตถุนั้นได้อย่างดี ตอนที่ตัวละครหญิงรวบรวมพลังแล้วแสงสว่างจ้าไปทั้งจอ มันให้ความรู้สึกถึงความหวังท่ามกลางความมืดมน การตัดสลับระหว่างความตื่นเต้นของคนในตระกูลกับความทุกข์ทรมานของผู้มีพลังทำให้เรื่องราวมีมิติและน่าติดตามสุดๆ
ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของตัวละครหญิงเลยนอกจากต้องการพลังจากเธอ การที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานในขณะที่คนอื่นหัวเราะเยาะหรือแสดงความดีใจที่ได้ของวิเศษ มันช่างโหดร้ายและบีบหัวใจคนดูมาก ฉากที่เธอล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนล้าแต่ยังพยายามสู้ต่อ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนแออย่างน่าชื่นชม