ฉากเปิดเรื่องในสถานีตำรวจทำให้หัวใจคนดูเต้นแรงทันที เมื่อเห็นสีหน้าของนางเอกที่พยายามเก็บอารมณ์ แต่แววตากลับบอกความเจ็บปวดลึกซึ้ง การเผชิญหน้ากับอดีตสามีและหญิงคนใหม่ในสวนสาธารณะยิ่งบีบคั้นอารมณ์จนแทบหายใจไม่ออก โดยเฉพาะฉากที่เด็กน้อยล้มป่วยแล้วพ่อรีบอุ้มไป ทิ้งให้แม่ยืนมองตามลำพัง ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความโหดร้ายของชีวิตจริงได้อย่างเจ็บปวด เรื่องราวในเมียที่คุณดูถูก ทำให้เราเห็นว่าการเสียสละบางครั้งก็แลกมาด้วยความเงียบงันที่น่าใจหาย
การเดินเรื่องในเมียที่คุณดูถูก ฉายภาพความขัดแย้งในครอบครัวได้คมชัดมาก ฉากที่ชายหนุ่มพยายามอธิบายให้นางเอกฟัง แต่เธอกลับเลือกที่จะเดินหนี แสดงให้เห็นว่าบางคำอธิบายก็สายเกินไปแล้ว การปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดขาวที่ดูอ่อนโยนแต่กลับเป็นต้นเหตุของทุกปัญหา ทำให้คนดูรู้สึกโกรธแทนนางเอกอย่างจับใจ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ทุกคนนั่งคุยกันในห้องรับแขก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยความเงียบ
ตัวละครนางเอกในเรื่องเมียที่คุณดูถูก เป็นตัวแทนของแม่หลายคนที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อลูก แต่กลับถูกมองข้ามความสำคัญ ฉากที่เธอแต่งตัวสวยงามในชุดสีขาวครีม แต่กลับต้องยืนมองลูกถูกอุ้มไปโดยหญิงอื่น ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดเกินคำบรรยาย การแสดงออกทางสีหน้าที่ไม่ร้องไห้แต่กลับทำให้คนดูร้องไห้แทน แสดงถึงพลังการแสดงที่ลึกซึ้งมาก เรื่องราวนี้เตือนเราว่าอย่าประเมินค่าความรักของแม่ต่ำเกินไป เพราะบางครั้งการปล่อยมืออาจหมายถึงการเสียใจตลอดไป
สิ่งที่ทำให้เมียที่คุณดูถูก น่าติดตามคือการใช้ความเงียบสื่อสารอารมณ์แทนคำพูด ฉากที่นางเอกนั่งฟังผู้ใหญ่พูดคุยกันโดยไม่แสดงออกใดๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย การที่เธอไม่โต้ตอบไม่หมายความว่าเธออ่อนแอ แต่แสดงถึงความเข้มแข็งที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ฉากสุดท้ายที่เธอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า ทำให้เราตั้งคำถามว่าเธอจะก้าวต่อไปอย่างไรหลังจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
การพบกันโดยบังเอิญในสวนสาธารณะของเมียที่คุณดูถูก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกทุกอย่างไปอย่างสิ้นเชิง การที่ชายหนุ่มพยายามอธิบายให้นางเอกฟังว่าทุกอย่างเข้าใจผิด แต่เธอกลับไม่เชื่อ แสดงให้เห็นว่าความไว้วางใจที่แตกสลายยากจะซ่อมแซมให้เหมือนเดิม ฉากที่เด็กน้อยล้มป่วยแล้วทุกคนวิ่งวุ่นวาย แต่กลับไม่มีใครสนใจความรู้สึกของแม่จริงๆ ทำให้คนดูรู้สึกโกรธแค้นแทนเธอ เรื่องราวนี้สอนเราว่าบางครั้งการให้อภัยอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป