ชอบการกำกับภาพในฉากนี้มาก โดยเฉพาะการใช้ภาพระยะใกล้จับสีหน้าตัวละครตอนได้ยินข่าวร้าย ไม่ต้องมีคำพูดเยอะก็รู้เลยว่าใจกำลังสั่นแค่ไหน ฉากที่หวังอี้รับซองเชิญงานแต่งแล้วมือสั่นๆ มันกินใจมาก บรรยากาศในร้านกาแฟที่ดูเงียบสงบแต่ข้างในตัวละครกำลังพายุแตก เป็นงานแสดงที่ละเอียดอ่อนมาก ดูแล้วอินจนลืมหายใจไปเลย
พล็อตเรื่องน่าสนใจมาก เพื่อนสนิทที่หายไปนานกลับมาพร้อมข่าวแต่งงานกับคนที่เราเคยแอบชอบ? ฉากที่หลินเหวินเหวินเล่าเรื่องด้วยรอยยิ้มแต่แววตาดูซับซ้อน มันทำให้คนดูรู้สึกสงสารหวังอี้จับใจ การตัดสลับภาพความทรงจำในอดีตกับความจริงในปัจจุบันทำออกมาได้เนียนมาก ดูแล้วจุกอกจริงๆ อยากรู้ต่อว่าหวังอี้จะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
จุดพีคของคลิปนี้คือตอนยื่นซองเชิญงานแต่งงานนี่แหละ จากที่คุยกันดีๆ อยู่ดีๆ ก็หยิบนี่ออกมาให้ดู สีหน้าของหวังอี้ที่แข็งทื่อไปเลยมันบอกทุกอย่างว่าเธอช็อกแค่ไหน เรื่องราวใน เพียงจันทร์ส่องใจ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดีมาก เหมือนเราเป็นเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย อยากจะกระโดดเข้าไปกอดตัวละครเลย อยากรู้ว่าข้างในใจเธอตอนนี้กำลังร้องไห้แค่ไหน
การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องแสดงอาการพยายามยิ้มทั้งที่ใจกำลังแตกสลาย ฉากที่หลินเหวินเหวินพยายามทำตัวปกติแต่หวังอี้รู้ทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ มันคือความเข้าใจระหว่างเพื่อนแท้ที่สื่อสารกันโดยไม่ต้องพูด ดูแล้วซึ้งจนน้ำตาจะไหล เรื่องราวความรักสามเส้าแบบนี้มันคลาสสิกแต่ก็เจ็บปวดเสมอ
ชอบการจัดแสงและมุมกล้องในฉากนี้มาก แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างมาตกกระทบหน้าตัวละครตอนได้ยินข่าวร้าย มันช่วยขับเน้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี บรรยากาศในร้านกาแฟที่ดูสบายๆ กลับกลายเป็นสถานที่ที่กดดันที่สุดสำหรับหวังอี้ การเดินเรื่องใน เพียงจันทร์ส่องใจ เร็วแต่ไม่รีบร้อน ให้เวลาคนดูได้ซึมซับอารมณ์ไปกับตัวละคร