พล็อตเรื่องหักมุมมากตอนรู้ว่าพ่อของนางเอกคือคนที่อยู่เบื้องหลังความทุกข์ทั้งหมด การเผชิญหน้าในห้องนั่งเล่นที่ดูหรูหราแต่เย็นชาสะท้อนความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานได้ดีมาก นางเอกต้องเลือกระหว่างความรักและครอบครัว เป็นปมดราม่าที่เข้มข้นมากใน เพียงจันทร์ส่องใจ ที่ทำให้เราเอาใจช่วยเธอสุดๆ
ชอบฉากแฟลชแบ็คที่โทนภาพเปลี่ยนเป็นสีอุ่นๆ มาก มันตัดกับฉากปัจจุบันที่หนาวเหน็บได้ดีสุดๆ โมเมนต์ที่นางเอกป้อนส้มพระเอกในห้องเรียนคือความหวานที่บริสุทธิ์ที่สุด การได้เห็นว่าพวกเขาเคยรักกันมากแค่ไหนยิ่งทำให้ฉากปัจจุบันเจ็บปวดขึ้นเป็นสองเท่า ใน เพียงจันทร์ส่องใจ ความทรงจำคือมีดที่กรีดใจ
รายละเอียดเล็กๆ อย่างกำไลรูปพระจันทร์ที่นางเอกสวมใส่มีความหมายลึกซึ้งมาก มันดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเธอไว้ในวันที่ทุกอย่างพังทลาย การที่เธอจับกำไลแน่นตอนคุยกับพ่อแสดงถึงความพยายามยึดมั่นในคำสัญญาบางอย่าง เป็นงานละเอียดที่คนทำ เพียงจันทร์ส่องใจ ใส่ใจมาก
ฉากจบที่ทั้งสองคนเดินสวนกันท่ามกลางหิมะตกหนักโดยไม่มีคำลาใดๆ ช่างเป็นภาพที่เงียบแต่ดังที่สุดในเรื่อง เสียงหิมะตกกลบเสียงร้องไห้ในใจของทั้งคู่ พระเอกหันมามองแต่ไม่อาจก้าวเท้าไปหาได้ ความอึดอัดนี้ทำให้จุกอกมาก การเล่าเรื่องใน เพียงจันทร์ส่องใจ เก่งมากในการใช้ภาษากาย
ต้องชมคอสตูมและงานภาพของ เพียงจันทร์ส่องใจ มาก ชุดโค้ทสีครีมของนางเอกตัดกับพื้นหลังสีขาวโพลนของหิมะได้สวยงามมาก แสงไฟสีส้มจากหน้าต่างร้านกาแฟสร้างความอบอุ่นที่ขัดแย้งกับความหนาวเหน็บในใจตัวละคร ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต ชวนให้จมดิ่งไปกับอารมณ์ของเรื่องจริงๆ