ฉากนี้ทำให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างตัวละครได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะแววตาของผู้หญิงในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยความน้อยใจและความโกรธที่พยายามกลั้นไว้ เรื่องราวใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง นั้นน่าสนใจตรงที่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ คนดูอย่างเราๆ ก็คงเดายากเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วใครจะเลือกใครกันแน่ บรรยากาศในโรงแรมหรูยิ่งทำให้รู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
ตัวละครชายในชุดคลุมสีขาวลายนกกระเรียนดูสงบนิ่งผิดปกติท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนระอุ การแสดงออกสีหน้าแทบไม่เปลี่ยนแปลงทำให้คนดูอย่างเราสงสัยว่าเขาซ่อนอะไรไว้บ้างหรือไม่ ความเย็นชาที่แสดงออกมานั้นตัดกับความรู้สึกของผู้หญิงตรงหน้าอย่างชัดเจน ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง ฉากนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าอำนาจที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใครกันแน่ การนั่งจิบไวน์อย่างสบายใจยิ่งทำให้คนดูรู้สึกหงุดหงิดแทนตัวละครอื่น
การแต่งตัวของตัวละครหญิงทั้งสองคนสะท้อนบุคลิกได้ชัดเจนมากคนหนึ่งดูเข้มแข็งดุดันในชุดหนังสีดำอีกคนดูอ่อนโยนในชุดสีชมพูอ่อน ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้าแต่เป็นเรื่องของสถานะและความรู้สึกที่มีต่อชายตรงหน้า ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง การเลือกยืนอยู่คนละฝั่งแบบนี้ทำให้รู้ว่าสงครามความรักครั้งนี้ไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่นอน ใครที่ชอบดราม่าเข้มข้นแบบนี้ต้องไม่พลาดติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
ฉากที่ผู้หญิงในเสื้อโค้ทเดินออกมาจากห้องโถงนั้นทำเอาคนดูใจหายเลยทีเดียว ท่าทางที่เดินอย่างมุ่งมั่นแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดนั้นสื่ออารมณ์ได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ เลย พื้นห้องที่สะท้อนเงาทำให้เห็นความโดดเดี่ยวของเธอได้ชัดเจนขึ้น ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง ฉากนี้เหมือนเป็นการประกาศว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะต้องเดินออกมาคนเดียวก็ตาม ความสวยงามของภาพประกอบกับอารมณ์เพลงยิ่งทำให้ซึ้งเข้าไปใหญ่
ต้องชมทีมสร้างฉากเลยว่าทำออกมาได้สมจริงมาก บรรยากาศในห้องโถงโรงแรมที่ดูหรูหราแต่เย็นชาเข้ากับอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี แสงสว่างที่ส่องลงมาทำให้เห็นสีหน้าของแต่ละคนได้ชัดเจนทุกอารมณ์ ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง การใช้มุมกล้องสลับไปมาระหว่างคนพูดและคนฟังช่วยสร้างความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี คนดูอย่างเราๆ ก็เหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นด้วยกันเลยจริงๆ อยากให้ตอนต่อไปเร็วเกินไป
การแสดงของนักแสดงนำนั้นยอดเยี่ยมมากโดยเฉพาะการใช้สายตาในการสื่อสารความรู้สึก ไม่ต้องพูดอะไรออกมาก็รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สายตาของชายในชุดดำที่มองตามผู้หญิงออกไปนั้นเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ซ่อนอยู่ ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง ความสัมพันธ์สามเส้านี้ยิ่งดูยิ่งมันส์เพราะไม่มีใครยอมใครเลยสักคน การแสดงที่ละเอียดอ่อนแบบนี้หาชมได้ยากในละครทั่วไปจริงๆ ต้องให้คะแนนเต็มสำหรับการแสดงเลย
บางครั้งความเงียบก็สร้างพลังได้มากกว่าคำพูดมากมาย ฉากที่ทุกคนยืนนิ่งๆ มองหน้ากันนั้นทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ความเงียบนี้เหมือนพายุที่กำลังจะมาถึงในฉากต่อไป ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง การจัดการจังหวะของฉากแบบนี้แสดงถึงความมืออาชีพของผู้กำกับจริงๆ คนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วยเลยอยากรู้ว่าใครจะเป็นคนทำลายความเงียบนี้ก่อนกันแน่ น่าติดตามมาก
ชุดแต่ละชุดในเรื่องนี้มีความหมายซ่อนอยู่หมดเลย ชุดสีขาวดูสูงส่งเหมือนเจ้าชายชุดสีดำดูเข้มแข็งเหมือนนักรบและชุดสีชมพูดูอ่อนโยนเหมือนเจ้าหญิง การแต่งกายเหล่านี้ช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดอธิบายเพิ่มเติม ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกอินกับตัวละครมากขึ้นเรื่อยๆ ใครที่สนใจเรื่องแฟชั่นก็น่าจะชอบเรื่องนี้มากเช่นกันเพราะชุดสวยทุกชุดจริงๆ
การจบฉากด้วยคำว่ายังไม่จบทำให้คนดูรู้สึกค้างคาใจมากอยากรู้ต่อทันทีว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมดนี้จะลงเอยแบบไหน ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง การทิ้งปมไว้แบบนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมากทำให้คนดูต้องกลับมาติดตามตอนต่อไปอย่างแน่นอน ใครที่ดูแล้วไม่ติดตามถือว่าพลาดมากเพราะเนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกตอนเลย
เรื่องราวความรักในเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความหวานแต่มีความเจ็บปวดและการต่อสู้ทางความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้คนดูรู้สึกสมจริงมากขึ้นเพราะชีวิตจริงก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป ใน เธอเลือกรักแรก ผมเลือกเจ้าหญิง การนำเสนอความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้นไม่ใช่แค่ตัวละครแบนๆ ทั่วไป ใครที่มองหาละครที่เนื้อหาดีๆ แบบนี้แนะนำเลยว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน