โมเมนต์ที่นางเอกในชุดขาววิ่งเข้ามาหาพระเอกท่ามกลางเมืองที่พังพินาศมันช่างสวยงามและขัดแย้งกันอย่างน่าประหลาดใจ สายตาที่ทั้งคู่มองกันบอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด เดตกับซอมบี้ กอบกู้โลก ทำฉากโรแมนติกนี้ได้กินใจมาก โดยเฉพาะตอนที่เธอเอามือไปแตะหน้าเขาแล้วเขายิ้มตอบ มันคือความอบอุ่นเดียวที่มีในโลกอันหนาวเหน็บนี้
เปิดเรื่องมาก็เจอฉากด่าทอกันระหว่างสองพี่น้องในห้องหรูเลย อารมณ์เดือดพล่านของพี่ชายที่ใส่เสื้อดำกับท่าทางเจ็บปวดของน้องชายที่ใส่หมวกแก๊ปสร้างปมสงสัยได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เดตกับซอมบี้ กอบกู้โลก เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก ฉากตัดสลับระหว่างความหรูหรากับความสกปรกภายนอกยิ่งตอกย้ำความขัดแย้งในใจตัวละครได้ชัดเจน
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของพระเอกหรือหน้ากากที่นางเอกใส่ตอนแรก มันบอกสถานะและความอันตรายของโลกใบนี้ได้โดยไม่ต้องบรรยายเลย พอถอดหน้ากากออกมาเห็นหน้าสวยใสยิ่งทำให้ใจละลาย เดตกับซอมบี้ กอบกู้โลก ใส่ใจเรื่องคอสตูมมาก ชุดขาวของนางเอกเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในชีวิตพระเอกจริงๆ ดูแล้วฟินมาก
ใครจะคิดว่าหน้าจอระบบวิเคราะห์พลังจะมีตัวละครสาวน้อยผมชมพูโผล่มาทักทายด้วยท่าทางน่ารักขนาดนี้! ฉากนี้ช่วยเบรกอารมณ์ตึงเครียดได้ดีมาก ทำให้เดตกับซอมบี้ กอบกู้โลก ไม่ดูมืดมนจนเกินไป รอยยิ้มและท่าทางขี้เล่นของเธอกับปฏิกิริยาเขินอายของพระเอกคือเคมีที่เข้ากันสุดๆ ทำให้คนดูอยากติดตามต่อว่าระบบนี้จะช่วยเขาได้แค่ไหน
ฉากที่พระเอกได้รับพลังจากแหวนแล้วมีหน้าจอโฮโลแกรมเด้งขึ้นมาวิเคราะห์ค่าพลังนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญมากครับ ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นเหมือนตัวละครกำลังก้าวเข้าสู่โลกใหม่จริงๆ การที่เดตกับซอมบี้ กอบกู้โลก เลือกใช้เอฟเฟกต์แสงสีฟ้าตอนฉีดเซรั่มช่วยขับอารมณ์ความหวังท่ามกลางความสิ้นหวังได้ดีมาก คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามตอนเขาเจ็บปวดทรมานเลย