ชอบโมเมนต์ที่พระเอกกับนางเอกจับมือกันแน่นๆ แล้วจ้องตากันแบบมีอะไรจะพูดแต่ไม่พูดออกมา สายตาที่สื่อความหมายได้ดีกว่าคำพูดจริงๆ ดูแล้วใจเต้นตามไปด้วยเลย ยิ่งตอนหมอเข้ามาแล้วทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน ยิ่งเพิ่มอรรถรสให้ เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต มากขึ้น
ฉากตัดมาที่ผู้หญิงใส่ชุดแดงถือมีดสั้นคุยโทรศัพท์แล้วยิ้มมุมปากนี่น่ากลัวมาก! ดูเหมือนเธอจะวางแผนอะไรบางอย่างไว้แล้ว และเด็กที่ถูกมัดนอนอยู่ข้างๆ ก็ทำให้รู้ว่าเรื่องราวน่าจะพัวพันกับการลักพาตัวหรือการข่มขู่ อะไรทำนองนี้ใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต
ฉากเปิดด้วยภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนที่ไฟสว่างไสวตัดกับฉากในห้องโรงพยาบาลที่ดูอึดอัด เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนว่าภายนอกดูสงบแต่ภายในกลับวุ่นวาย เรื่องราวใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต น่าจะมีความขัดแย้งระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายในตัวละคร
ผู้ชายในชุดสูทที่เดินคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น่าจะเป็นคนสำคัญที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทั้งหมด เสียงโทรศัพท์ในฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องเลยก็ว่าได้ ทำให้รู้ว่าใครบางคนกำลังถูกตามล่าหรือถูกคุกคามใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต
หมอที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มและแฟ้มเอกสาร น่าจะนำข่าวดีหรือข่าวร้ายมาบอกก็ได้ แต่ดูจากสีหน้าของพระเอกแล้ว น่าจะเป็นข่าวที่กระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อย เรื่องราวใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ดูจะมีความหวังและความสิ้นหวังปนกันอยู่