ต้องยอมรับว่าฉากต่อสู้ในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ ออกแบบมาได้ดีมาก โดยเฉพาะจังหวะที่ดาบสายฟ้าฟาดลงมา พลังงานมันระเบิดออกมาจนหน้าจอแทบแตก ความละเอียดของอนิเมชั่นทำให้เห็นทุกหยดเลือดและทุกกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นของตัวละคร ฉากนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่คือศิลปะแห่งการทำลายล้างที่งดงามจนต้องกดดูซ้ำหลายรอบเพื่อเก็บรายละเอียด
พล็อตเรื่องในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ มีจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจมาก เมื่อฉากตัดมาที่เมืองร้างและหญิงสาวในชุดตำรวจที่ต่อสู้กับฝูงซอมบี้ได้อย่างคล่องแคล่ว เธอใช้พลังลมหมุนฟาดศัตรูจนกระเด็น เป็นภาพที่แปลกใหม่และสร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย ความตัดกันระหว่างฉากเทพเจ้าบนฟ้ากับฉากต่อสู้บนดิน ทำให้เรื่องราวมีความหลากหลายและไม่น่าเบื่อเลยสักนิด
ฉากที่จอมมารแปลงร่างในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ คือจุดพีคที่รอคอย! จากมนุษย์ยักษ์ธรรมดา กลายเป็นปีศาจมีปีกสีดำทมึนพร้อมเกราะที่เปล่งประกายสีม่วง พลังงานมืดมันพุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปทันที สีหน้าแห่งความบ้าคลั่งทำให้รู้ว่าศึกนี้ไม่มีใครยอมใครแน่ๆ การออกแบบคาแรคเตอร์ตอนแปลงร่างนี่คือที่สุดของความน่าเกรงขามจริงๆ
ชอบมากตรงจังหวะที่พลังสีทองของพระเอกปะทะกับพลังสีม่วงของศัตรูในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ มันเหมือนดวงอาทิตย์ชนกับหลุมดำดีๆ นี่เอง แสงสว่างที่ระเบิดออกมาทำให้ทุกอย่างขาวโพลนก่อนจะกลับเข้าสู่ความมืดมิด เสียงเอฟเฟกต์ตอนชนกันนี่คือกระแทกหูแต่ก็มันส์สุดๆ เป็นฉากที่แสดงถึงพลังที่เท่าเทียมกันและเดิมพันที่สูงมากของทั้งสองฝ่าย
สีหน้าของพระเอกในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ ตอนรวบรวมพลังสุดท้ายคือกินใจมาก เลือดที่ไหลจากมุมปากกับสายตาที่มุ่งมั่นบอกเลยว่าเขาเดิมพันด้วยชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชนะ แต่เพื่อปกป้องบางอย่างที่สำคัญ แสงสีทองที่โอบล้อมร่างกายเขามันสื่อถึงความหวังท่ามกลางความมืดมิด เป็นฉากที่เรียกน้ำตาและความฮึกเหิมได้พร้อมกัน