ฉากหลังในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ ทำออกมาได้ดีมาก สนามประลองเก่าๆ ที่มีอัฒจันทร์ว่างเปล่ากับท้องฟ้ามืดครึ้มช่วยสร้างบรรยากาศความกดดันได้สุดๆ ฉากที่ผลึกคริสตัลลอยอยู่กลางสนามคือจุดสนใจที่ทำให้รู้ว่านี่คือเป้าหมายของการต่อสู้ รายละเอียดของพื้นกระเบื้องที่แตกหักและร่องรอยการต่อสู้ทำให้รู้สึกว่าการต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงมาก คนชอบงานภาพบรรยากาศแบบนี้ต้องถูกใจแน่นอน
ดูจบแล้วในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ ยังนั่งคิดไม่ตกว่าหญิงชุดเขียวที่ตอนแรกดูร้ายทำไมตอนหลังถึงยิ้มอย่างมีเลศนัย หรือหญิงตำรวจที่ปรากฏตัวมาคือฝ่ายไหนกันแน่ ฉากที่เทพเจ้าสีน้ำเงินปรากฏตัวคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก มันบอกใบ้ว่าศัตรูที่แท้จริงอาจไม่ใช่คนที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นพลังบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นมาก เป็นตอนจบที่ทิ้งปมไว้ให้คนดูไปคิดต่อและรอคอยตอนใหม่อย่างใจจดใจจ่อ
ดูแล้วต้องร้องว้าวกับฉากที่พระเอกเรียกพลังพระโพธิสัตว์ออกมาปกป้องคนรัก ในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ การผสมผสานระหว่างความโรแมนติกในโรงเรียนกับตำนานเทพเจ้าทำได้ดีมาก ฉากที่หญิงผมม่วงกอดแขนพระเอกแล้วหญิงผมขาวทำหน้าหึงคือโมเมนต์ที่คนดูต้องกรี๊ด แม้ฉากหลังจะดูมืดหม่นแต่ความสัมพันธ์ของตัวละครกลับสดใสและเต็มไปด้วยสีสัน เป็นซีรีส์ที่สมดุลความดราม่ากับความฮาได้ลงตัวสุดๆ
ชอบมากตรงที่ฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ ไม่ได้เน้นแค่การต่อสู้แต่เน้นสงครามประสาทระหว่างหญิงผมม่วงกับหญิงผมขาว ฉากที่ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันแล้วมีพระเอกยืนกลางเหมือนไม้ประดับคือตลกมาก แต่พอเข้าสู่โหมดจริงจัง ฉากเวทมนตร์สีทองที่พุ่งลงมาจากฟ้าคืองานภาพระดับภาพยนตร์ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพูดเยอะ ดูแล้วอินไปกับความขัดแย้งของพวกเขาจริงๆ
ตัวละครหญิงชุดเขียวในฮีโร่แห่งโลกอาถรรพ์ น่าสนใจมาก เธอดูเหมือนผู้ร้ายแต่แววตากลับมีความเศร้าซ่อนอยู่ ฉากที่เธอถือดาบสีม่วงพร้อมสู้คือโมเมนต์ที่เท่มาก แต่พอเห็นปฏิกิริยาของกลุ่มชายชุดดำที่ดูเกร็งๆ ก็เดาได้ว่าเธออาจมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน การปรากฏตัวของหญิงตำรวจในชุดเครื่องแบบก็เพิ่มมิติความลึกลับให้เรื่อง ดูแล้วอยากรู้ตอนต่อไปทันทีว่าใครคือตัวจริง