ฉากจบที่ชายชุดสูทสีเทานั่งร้องไห้คนเดียวมันเจ็บปวดมาก ดูเหมือนเขาจะสูญเสียทุกอย่างทั้งๆ ที่พยายามรักษาไว้ หญิงชุดดำเดินจากไปอย่างเย็นชาในขณะที่หญิงชุดขาวพยายามยื้อไว้แต่ไม่สำเร็จ เรื่องราวใน อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ ดูลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้เยอะ การแสดงสีหน้าของทุกคนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย อยากทราบจริงๆ ว่าเบื้องหลังความเงียบนี้คืออะไรกันแน่
หญิงชุดดำดูมั่นคงมากแม้จะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ส่วนชายชุดสูทสีเทากลับดูสั่นคลอนจนน่าใจหาย ฉากที่หญิงชุดขาวเข้าไปจับแขนแล้วถูกปฏิเสธมันชัดเจนมากว่าความสัมพันธ์มันจบลงแล้ว การเดินออกจากบ้านของหญิงชุดดำกับชายชุดโค้ทสีเบจเหมือนเป็นการประกาศชัยชนะบางอย่าง เนื้อหาใน อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทุกครั้งที่คิดว่าจะจบกลับมีปมใหม่มาให้ติดตามเสมอ
บรรยากาศในบ้านหรูที่เฟอร์นิเจอร์ยังคลุมพลาสติกอยู่สื่อถึงความไม่มั่นคงบางอย่าง ชายชุดสูทสีเทายืนอยู่ตรงกลางเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลังคนเดียว ความรู้สึกโดดเดี่ยวมันแผ่ซ่านออกมาจากหน้าจอเลย หญิงชุดขาวพยายามอธิบายอะไรบางอย่างแต่ดูเหมือนไม่มีใครฟัง เสียงดนตรีประกอบยิ่งทำให้ใจหดหู่เข้าไปใหญ่ ดูใน อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ แล้วรู้สึกร่วมไปกับตัวละครจริงๆ ฉากดราม่าแบบนี้ดูกี่ทีก็กินใจเสมอ
ชายชุดเสื้อสีน้ำตาลดูร้อนรนที่สุดเหมือนพยายามจะห้ามอะไรไว้แต่ไม่สำเร็จ ส่วนชายชุดสูทสีเทากลับเลือกที่จะนิ่งเงียบจนน่ากลัว ความเงียบของเขาน่ากลัวกว่าเสียงตะโกนเสียอีก หญิงชุดดำเดินผ่านไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย การดำเนินเรื่องใน อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ เร็วและกระชับมาก ไม่มีการยืดเยื้อให้เสียอารมณ์คนดูเลยแม้แต่นิดเดียว ชอบตรงที่ตัดภาพมาที่น้ำตาของพระเอกพอดี
หญิงชุดขาวดูสับสนและเจ็บปวดมากตอนที่ชายชุดสูทสีเทาไม่ตอบสนองอะไรเลย เธอพยายามจะยึดเหนี่ยวอะไรไว้แต่ทุกอย่างมันหลุดมือไปหมดแล้ว ฉากที่คนถูกดึงตัวออกไปวุ่นวายมากเหมือนบ้านแตกสาแหรกขาด การนั่งร้องไห้คนเดียวตอนจบมันทำให้คนดูใจสลายจริงๆ เนื้อหาใน อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ สะท้อนความสัมพันธ์ที่เปราะบางได้ดีมาก อยากให้ตอนต่อไปเฉลยเร็วๆ ว่าใครผิดใครถูกกันแน่