ตอนที่เห็นตัวละครใช้พลังดำหมุนวนในมือแล้วปล่อยใส่ศัตรู มันช่างน่าทึ่งและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ศิษย์กากพลิกสู่เทพ ทำได้ดีมากในการนำเสนอพลังเหนือธรรมชาติที่ดูสมจริง ฉากที่ศัตรูถูกดูดเข้าไปในหลุมดำแล้วสลายไปเป็นเถ้าถ่านทำให้รู้สึกถึงอำนาจอันมืดมิดที่ไม่มีใครต้านทานได้จริงๆ
ฉากที่ตัวละครนั่งบนบัลลังก์ที่มีกะโหลกศีรษะและเปลวไฟสีม่วงล้อมรอบนั้นช่างน่าเกรงขาม ศิษย์กากพลิกสู่เทพ สร้างบรรยากาศแห่งความมืดมนได้ดีมาก ตัวละครที่มีผมขาวและดวงตาสีแดงทำให้รู้สึกถึงอำนาจอันชั่วร้าย ฉากนี้ทำให้เราตื่นเต้นว่าเรื่องราวจบลงอย่างไรและใครจะเป็นผู้ชนะในที่สุด
สิ่งที่ทำให้ ศิษย์กากพลิกสู่เทพ น่าติดตามคือการแสดงอารมณ์ของตัวละครที่สมจริงมาก ทั้งความเจ็บปวด ความโกรธ และความสิ้นหวัง โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครร้องไห้และก้มหน้าลงกับพื้นทำให้เรารู้สึกสงสารเขาจริงๆ การถ่ายทอดอารมณ์แบบนี้ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวและอยากเอาใจช่วยตัวละครหลักให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้
ต้องชมทีมผลิตของ ศิษย์กากพลิกสู่เทพ ที่ทำภาพออกมาได้สวยงามมาก ทั้งแสงสีและเอฟเฟกต์พิเศษที่ดูอลังการ ดนตรีประกอบก็เข้ากันได้ดีกับบรรยากาศแต่ละฉาก ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและกดดันไปตามเรื่องราว โดยเฉพาะฉากที่มีพลังมืดและแสงสีแดงที่ส่องสว่างทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซีจริงๆ
ดูแล้วขนลุกจริงๆ กับฉากต่อสู้ใน ศิษย์กากพลิกสู่เทพ ที่ตัวละครหลักถูกทำร้ายจนเลือดท่วมแต่ยังสู้ต่อ แสงสีแดงและบรรยากาศมืดทึบทำให้รู้สึกกดดันสุดๆ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครทำให้เราอินไปกับความเจ็บปวดและความโกรธแค้นของเขา เป็นตอนที่เข้มข้นมากจนไม่อยากกระพริบตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว