ตัวละครชุดเหลืองใน ศิษย์กากพลิกสู่เทพ มีรอยยิ้มที่ดูอันตรายแต่ก็น่าค้นหาสุดๆ สายตาที่มองคู่ต่อสู้เหมือนกำลังเล่นสนุกทำให้รู้สึกว่าเขาต้องมีไม้ตายซ่อนไว้แน่ๆ การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากยิ้มเยาะเป็นจริงจังตอนปล่อยพลังคือจุดขายที่ทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าติดตามมาก
ฉากหลังของ ศิษย์กากพลิกสู่เทพ สร้างมาได้ยิ่งใหญ่และอลังการมาก เสียงโห่ร้องของผู้ชมในอัฒจันทร์ทำให้รู้สึกเหมือนเราได้นั่งอยู่ตรงนั้นจริงๆ รายละเอียดของสถาปัตยกรรมจีนโบราณผสมกับเอฟเฟกต์เวทมนตร์สีฟ้าที่ล้อมรอบสนามแข่ง คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความขลังกับความแฟนตาซี
ชอบฉากที่คนดูใน ศิษย์กากพลิกสู่เทพ ตื่นเต้นจนลุกขึ้นยืนชี้มือและตะโกนลั่นสนาม มันสะท้อนอารมณ์ร่วมได้ดีมาก ทำให้เรารู้สึกอินไปกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด การตัดภาพมาที่ใบหน้าตกใจของสาวๆ ในเรื่องก็ช่วยเบรกอารมณ์ให้ไม่เครียดเกินไป เป็นลูกเล่นการเล่าเรื่องที่ฉลาดและสนุกมาก
ตอนจบของ ศิษย์กากพลิกสู่เทพ ที่ตัวละครหลักปล่อยพลังสีเขียวออกมาพร้อมสีหน้าดุดันคือจุดพีคที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน พลังที่ดูเหมือนจะควบคุมไม่ได้นี้บอกใบ้ว่าเนื้อเรื่องข้างหน้าจะต้องเดือดกว่าเดิมแน่ๆ การเปลี่ยนโทนสีจากทองเป็นเขียวสะท้อนถึงการปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาอย่างชัดเจน
การปะทะกันระหว่างพลังสีทองและสีฟ้าใน ศิษย์กากพลิกสู่เทพ ทำเอาคนดูอย่างฉันต้องกลั้นหายใจ ฉากสโลว์โมชั่นตอนดาบชนกันคืองานภาพระดับเทพเจ้าจริงๆ แสงสีที่ระเบิดออกมาสื่อถึงพลังที่อัดแน่นจนแทบทะลุจอออกมา คนแต่งเรื่องเก่งมากที่เลือกหยุดจังหวะนี้ไว้ให้คนดูได้ลุ้นระทึกว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะกันแน่