สิ่งที่ชอบที่สุดในราชันมาเฟีย คือความขัดแย้งของตัวละคร พระเอกที่ดูอ่อนโยนแต่ซ่อนความเก่งกาจไว้ ส่วนตัวร้ายที่ดูแข็งแกร่งแต่กลับพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย ฉากที่พระเอกทำท่ามือแปลกๆ ก่อนต่อสู้ มันดูมีมนต์ขลังและลึกลับมาก การแสดงสีหน้าของนักแสดงแต่ละคนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจน โดยเฉพาะตอนที่ถูกจับกดลงพื้นแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อ มันทำให้คนดูเอาใจช่วยไม่หยุด
ต้องชมทีมกำกับฉากต่อสู้ในราชันมาเฟีย เลยว่าทำออกมาได้สวยงามและสมจริงมาก การเคลื่อนไหวของพระเอกที่ดูคล่องแคล่วและรวดเร็ว ตัดสลับกับภาพช้าตอนออกท่าไม้ตาย มันทำให้การต่อสู้ดูมีพลังและน่าตื่นเต้น ฉากที่พระเอกถูกจับกดลงพื้นแล้วใช้ขาถีบคู่ต่อสู้ มันดูเจ็บแต่ก็เท่มาก บรรยากาศในโรงฝึกที่มีคนดูล้อมรอบ ทำให้การต่อสู้ดูมีความสำคัญและกดดัน
ราชันมาเฟีย ไม่ได้มีแค่ฉากต่อสู้ตื่นเต้น แต่ยังมีความตลกแทรกอยู่ด้วย ฉากที่ตัวร้ายถอดเสื้อคลุมโชว์กล้ามแล้วทำท่าท้าทาย มันดูตลกมากเพราะสุดท้ายก็แพ้พระเอกอย่างง่ายดาย ฉากที่คนดูรอบข้างทำหน้าตกใจตอนพระเอกชนะ มันยิ่งเพิ่มความฮาให้กับเรื่อง การแสดงของนักแสดงแต่ละคนมีเสน่ห์และทำให้คนดูรู้สึกสนุกไปกับเรื่องราว
ต้องชมทีมสร้างในราชันมาเฟีย ว่าสร้างบรรยากาศได้สมจริงมาก ฉากในโรงฝึกที่มีธงจีนและโคมไฟแขวนเพดาน มันทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริง ฉากที่พระเอกต่อสู้บนพรมสีแดงที่มีลายมังกร มันดูขลังและมีความหมาย การแต่งกายของตัวละครแต่ละคนก็เข้ากับบทบาทมาก โดยเฉพาะพระเอกที่ใส่เสื้อเชิ้ตลายทางดูเรียบง่ายแต่เท่
ฉากเปิดเรื่องในราชันมาเฟีย ทำเอาคนดูอึ้งไปเลย! พระเอกหนุ่มหน้าใสในเสื้อเชิ้ตลายทาง ดูเหมือนเด็กเรียนธรรมดา แต่พอเจอคู่ต่อสู้ที่ถอดเสื้อคลุมโชว์กล้าม กลับสวนกลับได้อย่างเจ็บแสบ การหักมุมตอนจบที่พระเอกใช้ท่าไม้ตายจัดการคู่ต่อสู้ได้แบบไม่ทันตั้งตัว มันสะใจมากจริงๆ บรรยากาศในโรงฝึกที่ดูขลังผสมกับความทันสมัย ทำให้การต่อสู้ดูมีมิติและน่าติดตามสุดๆ