แค่ฉากเปิดก็ตะลึงแล้ว ภูเขาสูงเสียดฟ้ากับวัดโบราณที่ลอยอยู่กลางอากาศ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในนิยายกำลังภายในระดับเทพเจ้า แสงแดดที่สาดส่องผ่านหมอกบางๆ ทำให้บรรยากาศดูขลังและลึกลับสุดๆ เป็นงานภาพที่หาชมได้ยากมากในซีรีส์ทั่วไป ต้องยกนิ้วให้ทีมสร้างจริงๆ ที่เนรมิตโลกแฟนตาซีออกมาได้สวยงามขนาดนี้ ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวต่างมิติเลย
ฉากที่หมาขาวนอนกลิ้งไปมากับเจ้าหนูแฮมสเตอร์ตัวจ้อยคือจุดขายสำคัญที่ทำให้ใจละลาย ความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละครนี้ดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติมาก แม้จะไม่มีบทพูดแต่ภาษากายสื่ออารมณ์ได้ชัดเจน โดยเฉพาะตอนที่เจ้าหนูกัดหูเบาๆ แล้วหมาขาวสะดุ้งตื่น มันคือโมเมนต์ฮาๆ ที่ทำให้คนดูยิ้มตามได้ไม่ยาก เป็นเคมีที่ลงตัวสุดๆ ระหว่างสัตว์สองชนิดนี้
ฉากที่หมาชิบะอินุพยายามแย่งคัมภีร์จากหมาบูลด็อกคือมุกตลกที่เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดทั้งฉาก การแสดงสีหน้าของบูลด็อกที่ดูงุนงงผสมกับความมุ่งมั่นของชิบะอินุ ทำให้เกิดคอมเมดี้ที่ลงตัวมาก ท่าทางงุ่มง่ามตอนวิ่งไล่กันในห้องกว้างๆ ยิ่งเพิ่มความฮาเข้าไปอีก เป็นฉากที่พิสูจน์ว่าไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็ทำให้คนดูขำได้ ถ้าชอบแนวนี้ต้องดู ระบบด่าต่อยล้มสำนัก รับรองไม่ผิดหวัง
ตอนที่หมาขาวร่ายเวทมนตร์แล้วกางเกงลายทางลอยขึ้นมาใส่ตัวเองคือฉากที่สร้างสรรค์มาก เอฟเฟกต์แสงสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากม้วนกระดาษดูมีพลังและน่าตื่นตาตื่นใจ การที่ตัวละครหลักสามารถเสกของใช้ได้ง่ายๆ แบบนี้ทำให้เรารู้สึกว่าโลกในเรื่องนี้มีเวทมนตร์อยู่จริง เป็นไอเดียที่แปลกใหม่และทำให้เนื้อเรื่องไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย คนดูจะรอคอยว่าตอนหน้าจะเสกอะไรออกมาอีก
สีหน้าของหมาบูลด็อกตอนเห็นกางเกงลอยได้คือสิ่งที่เรียกเสียงฮาได้ดีที่สุด ดวงตาที่เบิกโพลงและปากที่อ้าค้างแสดงถึงความช็อกอย่างสุดขีด การที่ผู้สร้างใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างนิ้วมือที่เกร็งหรือหูที่ลู่ลง ทำให้ตัวละครดูมีมิติและมีชีวิตชีวามาก ไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่เดินผ่านฉากไปเฉยๆ แต่มีบทบาทในการขับเคลื่อนอารมณ์ของเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม