ฉากที่เธอใช้ผ้าคลุมหน้าแล้วทำท่าทางข่มขู่พวกผู้ชายช่างฮาและน่าชื่นชมในเวลาเดียวกัน แม้จะตัวคนเดียวแต่ก็ปกป้องเด็กน้อยได้เก่งมาก ฉากนี้ในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ทำให้เห็นเลยว่านางเอกไม่ใช่คนยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน
ตอนที่เธออุ้มเด็กน้อยวิ่งหนีเข้าไปในกระท่อมไม้ไผ่ ช่างดูเร่งรีบและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่แววตากลับมุ่งมั่นที่จะปกป้องเขาให้ได้ ฉากนี้ในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งกว่าที่คิด
แสงเทียนที่ส่องสว่างในห้องไม้เก่าๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและลึกลับ นางเอกค่อยๆ ดูแลเด็กน้อยที่นอนหลับอย่างอ่อนล้า ฉากนี้ในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ตอนที่เด็กน้อยลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน ช่างน่าสงสารจับใจ เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไว้ใจหญิงสาวคนนี้อย่างหมดใจ รักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมากจริงๆ
ต้องยอมรับว่าชุดสีฟ้าของนางเอกกับเครื่องประดับบนผมช่างวิจิตรตระการตา แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตรายแต่ความงามก็ไม่ลดลงเลย ฉากในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ เรื่องนี้ทำเครื่องแต่งกายได้ละเอียดมาก
ไม่ต้องใช้กำลังแต่ใช้สายตาและท่าทางข่มขู่ก็ทำให้ศัตรูถอยไปได้ ฉากนี้แสดงให้เห็นว่านางเอกมีไหวพริบปฏิภาณดีมาก รักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ สร้างตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งและไม่พึ่งพาผู้ชายได้ดีจริงๆ
บรรยากาศในห้องที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของเด็กน้อย ทำให้อินไปกับความกังวลของนางเอกมาก ฉากในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ช่วงนี้ดูจะเน้นอารมณ์มากกว่าการต่อสู้ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีมาก
ท่าทางที่เธอคอยเช็ดหน้าและจัดท่าให้เด็กน้อยนอนสบาย ช่างดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก ฉากนี้ในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของนางเอกที่อ่อนไหวและใส่ใจคนอื่นมาก
ยังสงสัยว่าทำไมเด็กน้อยถึงมีมงกุฎและทำไมถึงต้องหนีมาในป่า เรื่องราวในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ยังทิ้งปมไว้ให้ติดตามอีกมาก อยากดูต่อเร็วๆ เลยว่าเบื้องหลังคืออะไรกันแน่
บรรยากาศในป่าไผ่ตอนกลางคืนช่างน่าขนลุก แต่ความห่วงใยของนางเอกที่มีต่อเด็กน้อยกลับทำให้หัวใจพองโต การแสดงสีหน้ากังวลเมื่อเห็นคนถือโคมไฟเข้ามาใกล้ ช่างสมจริงจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม เรื่องราวในรักร้ายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ช่วงนี้ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ