ต้องขอชมทีมคอสตูมของ ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ ว่าจัดเต็มมาก ชุดมังกรสีทองของพระเอกดูทรงพลังและสมฐานะจักรพรรดิจริงๆ ตัดกับชุดสีอ่อนของนางเอกที่ดูบอบบางน่าปกป้อง การจัดแสงในฉากก็ช่วยขับเน้นอารมณ์ได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ทั้งสองยืนห่างกันแต่สายตาเชื่อมต่อกัน ช่างเป็นภาพที่สวยงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
ใครที่คิดว่าเรื่องนี้จะจบแบบเศร้าต้องคิดใหม่ เพราะฉากจูบสุดท้ายใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ คือการยืนยันว่าพระเอกไม่อาจต้านทานความรู้สึกได้ แม้ก่อนหน้านี้จะพยายามทำตัวเย็นชาแค่ไหน แต่พอมือสัมผัสแก้มและดึงเข้ามากอด จูบนั้นจึงเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน คนดูอย่างเราทำได้แค่กรี๊ดลั่นหน้าจอ
สิ่งที่ชอบที่สุดใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ คือการใช้ภาษากายแทนคำพูด สายตาของฮ่องเต้ที่มองนางเอกมีความซับซ้อนทั้งความโกรธ ความรัก และความเจ็บปวด ส่วนนางเอกก็สื่อความอ่อนแอแต่เข้มแข็งออกมาได้ดีมาก ฉากที่พระเอกเดินวนรอบๆ แล้วหยุดมอง คือช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดก่อนจะระเบิดออกมาเป็นฉากจูบที่ทุกคนรอคอย
ฉากหลังใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ตั้งแต่โคมไฟโบราณ พรมลายจีน ไปจนถึงหน้าต่างไม้แกะสลัก ทุกอย่างช่วยสร้างบรรยากาศวังยุคโบราณได้สมจริง แสงสลัวๆ ในฉากช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้เป็นอย่างดี ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงกับตัวละครทั้งสอง
พล็อตเรื่องใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ เล่นกับความขัดแย้งระหว่างหน้าที่และความรักได้ดีมาก ฮ่องเต้ที่ต้องเข้มแข็งแต่กลับอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้านางเอก ส่วนนางเอกที่ดูอ่อนแอแต่กลับเป็นคนที่ทำให้ฮ่องเต้เสียศูนย์ การปะทะกันของอารมณ์ทั้งสองฝ่ายนำไปสู่ฉากจูบที่เต็มไปด้วยพลังและความรู้สึกที่ล้นออกมาจนคนดูต้องกลั้นหายใจ