ตัวละครหญิงผมยาวสีดำคนนี้ดูสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว รอยยิ้มของเธอตอนเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นช่างเยือกเย็นเหลือเกิน การที่เธอหยิบปากกาออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะพร้อมเวทมนตร์สีเขียว แสดงให้เห็นว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่างจริงๆ ฉากนี้ในยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ทำให้รู้ว่าอย่าไว้ใจคนที่ดูเงียบเกินไปเด็ดขาด
จากเด็กสาวน่ารักกลายเป็นคนบ้าคลั่งเมื่อความลับถูกเปิดเผย ฉากที่เธอถูกทหารคุมตัวออกไปพร้อมเสียงกรีดร้องมันสะเทือนใจมาก สีหน้าโกรธแค้นที่พยายามชี้หน้าคนอื่นแต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความจริง มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่ทำให้คนดูรู้สึกสงสารแต่ก็สมน้ำหน้าในเวลาเดียวกัน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ท่านผู้พิพากษาที่มีหนวดเครายาวสีขาวดูน่าเกรงขามมาก ทุกครั้งที่เคาะค้อนลงบนโต๊ะเหมือนจะตัดสินชะตาชีวิตของคนทั้งห้อง ฉากที่ท่านยื่นมือออกมาห้ามปรามหรือสั่งการ มันแสดงถึงอำนาจสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน การแสดงออกของท่านทำให้บรรยากาศในยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ดูจริงจังและน่าเชื่อถือมากขึ้นเยอะเลย
ฉากสุดท้ายที่ประตูใหญ่เปิดออกแล้วมีสามตัวละครเดินเข้ามาอย่างเท่สุดๆ คนหนึ่งใส่ชุดขาวอีกคนใส่ชุดดำและผู้หญิงผมแดงดูแข็งแกร่งมาก การปรากฏตัวของพวกเขาเหมือนจะบอกว่าการต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น เป็นฉากจบที่ทิ้งปมไว้ให้คนดูอยากติดตามต่อในยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ จริงๆ อยากรู้ว่าพวกเขาจะมาช่วยหรือมาซ้ำเติมกันแน่
รายละเอียดเล็กๆ อย่างปากกาสีเงินที่วางบนโต๊ะแล้วเกิดวงเวทมนตร์สีเขียวขึ้นมา มันคือจุดที่บ่งบอกว่าโลกนี้มีพลังวิเศษซ่อนอยู่ทุกที่ ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยกำลังแต่ยังใช้เวทมนตร์ในการพิสูจน์ความจริง ฉากนี้ในยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ทำออกมาได้ละเอียดและน่าทึ่งมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซีจริงๆ