ชอบมากที่เรื่อง ภาระนี้ ฉันยอมแบก เลือกใช้ฉากในโรงพยาบาลเก่าๆ ให้ความรู้สึกย้อนยุคและกดดัน นางเอกในชุดผู้ป่วยถือสมุดเงินฝากแล้วร้องไห้ มันสื่อความหมายลึกซึ้งมากว่าเงินก้อนนี้สำคัญแค่ไหน พระเอกที่พยายามปกป้องแต่สุดท้ายก็ต้องร้องไห้คนเดียว ช่างเป็นฉากที่กินใจสุดๆ
ดูแล้วจุกอกมากกับฉากที่พ่อแม่พยายามจะเอาเงินจากลูกสาว แต่พระเอกเข้ามาขวางไว้ การต่อสู้แย่งชิงสมุดเงินฝากสีชมพูคือจุดพีคของเรื่อง ภาระนี้ ฉันยอมแบก แสดงออกมาผ่านสีหน้าอันสิ้นหวังของทุกคนในฉากนั้นได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนพระเอกนั่งร้องไห้คนเดียวที่ม้านั่งข้างนอก ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจ
สิ่งที่ชอบที่สุดใน ภาระนี้ ฉันยอมแบก คือการเก็บรายละเอียดอารมณ์ พระเอกจากที่สู้สุดชีวิตเพื่อปกป้อง กลับต้องมานั่งร้องไห้แบบเด็กน้อยเมื่อไม่มีใครเห็น ฉากที่พยาบาลเดินมาพบแล้วเขาตกใจรีบวิ่งเข้าไปในห้องนั้น แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่ยอมแพ้และพร้อมจะสู้ต่อเพื่อคนที่รักเสมอ
ตอนจบที่พระเอกหลับไปบนม้านั่งในยามค่ำคืน แล้วตื่นมาเจอพยาบาลในตอนเช้า มันเหมือนการเริ่มต้นใหม่หลังจากพายุผ่านไป เรื่อง ภาระนี้ ฉันยอมแบก สอนให้รู้ว่าไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน เราก็ต้องลุกขึ้นสู้ต่อ ฉากสุดท้ายที่เขารีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องทำให้รู้ว่าเขายังไม่ยอมแพ้คนดูอย่างเราเอาใจช่วยสุดๆ
ฉากต่อสู้ในโรงพยาบาลช่างตึงเครียดจนหายใจไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้ฉันน้ำตาไหลคือสีหน้าของพระเอกตอนเห็นสมุดเงินฝากสีชมพู มันสื่อถึงภาระนี้ ฉันยอมแบก ที่เขาต้องแบกรับไว้คนเดียว การแสดงสีหน้าตอนร้องไห้ริมประตูช่างสมจริงจนคนดูอย่างเราเจ็บแทนจริงๆ