ดูแล้วใจละลายจริงๆ สำหรับฉากที่นางเอกพุ่งเข้ากอดพระเอกกลางวงกินเลี้ยง บรรยากาศตึงเครียดแต่กลับจบด้วยความอบอุ่น การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามเลย ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าความรักชนะทุกอุปสรรคจริงๆ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของ(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก เลยค่ะ ชุดฮั่นฝูของนางเอกสีชมพูพาสเทลตัดกับชุดครีมของพระเอกได้ลงตัวมาก ทุกครั้งที่ขยับตัวผ้าพลิ้วไหวดูมีมิติ แสงเทียนในฉากยิ่งขับให้ผิวตัวละครดูนวลเนียน การออกแบบเครื่องประดับผมก็ละเอียดอ่อน คุ้มค่าแก่การดูซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียดความงาม
ชอบมุมกล้องที่เก็บภาพเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารตอนเห็นฉากหวานๆ สีหน้าตกใจผสมอิจฉาเล็กๆ ของตัวละครประกอบทำให้ฉากหลักดูมีมิติมากขึ้น ใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ไม่ได้มีแค่พระนางแต่คนรอบข้างก็แสดงได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากที่ทุกคนหยุดกินแล้วจ้องมอง ความตลกปนเขินทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในวงเลี้ยงนั้นจริงๆ
วินาทีที่นางเอกวิ่งเข้าไปกอดพระเอก เพลงประกอบใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ดังขึ้นพอดีเป๊ะ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ดนตรีจีนโบราณผสมทำนองสมัยใหม่ได้ลงตัวมาก ไม่หวานเลี่ยนแต่ซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหล การตัดต่อที่สลับระหว่างภาพใกล้และภาพไกลช่วยให้เห็นอารมณ์ตัวละครได้ชัดเจนขึ้น เป็นฉากที่ดูกี่ทีก็ประทับใจ
พล็อตเรื่องใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก เดินเรื่องเร็วแต่ไม่รวบรัดเกินไป จากฉากตึงเครียดเรื่องการเมืองเปลี่ยนมาเป็นฉากโรแมนติกได้เนียนมาก คนดูไม่รู้สึกสะดุด การที่ตัวละครตัดสินใจกอดกันกลางที่สาธารณะแสดงถึงความกล้าหาญของนางเอกที่ต้องการปกป้องคนรัก เป็นบทเรียนเรื่องความรักที่สอนให้เราสู้เพื่อสิ่งที่รัก
การจัดแสงในฉากนี้ของ(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำได้ดีมาก แสงเทียนที่ส่องกระทบหน้าตัวละครทำให้ดูมีมิติและอบอุ่น โทนสีส้มทองตัดกับพื้นหลังสีเข้มช่วยให้ตัวละครเด่นออกมา โดยเฉพาะตอนกอดกัน แสงที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลายสร้างบรรยากาศโรแมนติกในแบบจีนโบราณที่หาชมได้ยากในยุคนี้
แม้จะเป็นฉากที่แทบไม่มีบทพูด แต่ภาษากายใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก พูดแทนคำพูดได้หมดจด สายตาที่พระเอกมองนางเอกตอนถูกกอดเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสุขปนกัน การที่นางเอกไม่ยอมปล่อยมือแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างกัน บทละครเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าบางครั้งการกระทำสำคัญกว่าคำพูดเป็นพันเท่า
สังเกตไหมว่าฉากหลังใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก อัดแน่นไปด้วยรายละเอียด โต๊ะอาหารที่มีกับข้าววางเต็ม หม้อไฟที่ควันยังฉุยฉาย แสดงให้เห็นว่าชีวิตยังคงดำเนินต่อไปแม้จะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น การจัดวางฉากที่ดูรกแต่มีศิลปะช่วยให้คนดูรู้สึกถึงความสมจริงของชีวิตในวังหลวงยุคโบราณ เป็นความใส่ใจที่ผู้สร้างมอบให้คนดู
ต้องยอมรับว่าคู่พระนางใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก มีเคมีที่เข้ากันดีมาก ตอนกอดกันดูธรรมชาติไม่เขินเขินเหมือนการแสดง ความสูงที่พอดีกันทำให้ภาพที่ออกมาดูสวยงามกลมกลืน การที่นางเอกตัวเล็กกว่าทำให้ดูน่าทะนุถนอม ส่วนพระเอกที่ตัวใหญ่กว่าก็ดูเป็นพี่พึ่งได้ เป็นคู่ที่คนดูเอาใจช่วยตั้งแต่แรกเห็น
ฉากจบที่ทั้งสองคนเดินออกจากโรงเตี๊ยมใน(พากย์เสียง)เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทิ้งคำถามไว้ให้คนดูตามต่อว่าพวกเขาจะไปไหนต่อ การที่นางเอกหันมายิ้มให้กล้องก่อนเดินจากไปเหมือนจะบอกว่าเรื่องยังไม่จบแค่นี้ คนดูอย่างเราต้องรอติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ทำให้คนดูติดหนึบไม่อยากกดข้าม