ฉากเปิดเรื่องด้วยกระจกโบราณที่สะท้อนภาพหญิงงามในชุดมังกรสีดำทอง ช่างเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความลึกลับที่ดึงดูดใจมาก การแสดงออกของตัวละครชายที่ถือกระจกดูมีเล่ห์เหลี่ยม ในขณะที่หญิงสาวกลับดูเศร้าลึกๆ ทำให้คนดูอย่างเราต้องคาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องราวใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก เริ่มเข้มข้นตั้งแต่ต้นด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนที่ดูวังเวงแต่สวยงาม
ชอบฉากที่ฮ่องเต้ทำหน้าตกใจสุดขีดเมื่อเห็นชายชุดขาววิ่งหนีไป ท่าทางที่ตาโตปากอ้ามันตลกมากจนลืมดราม่าไปเลย ความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับฮองเฮาดูมีความขบขันปนความห่วงใย เวลาที่ฮองเฮ้ายิ้มให้ ฮ่องเต้ก็ดูจะใจอ่อนทันที ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้เห็นมุมตลกของตัวละครที่ปกติดูเคร่งขรึม เป็นการเติมรสชาติให้เรื่องไม่น่าเบื่อ
ต้องยกนิ้วให้ชุดของฮองเฮาที่ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะมงกุฎทองรูปหงส์ที่ประดับด้วยอัญมณีสีแดง ตัดกับชุดสีดำทองได้อย่างลงตัว ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางยุคโบราณดูสง่างามและน่าเกรงขาม เวลาที่นางถือกระจกแล้วมองด้วยสายตาเศร้า มันสื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย การปรากฏตัวของนางใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก คือจุดดึงดูดสายตาที่สำคัญที่สุดของเรื่อง
ตัวละครชายชุดขาวที่มีผมแซมขาวดูมีเสน่ห์แบบผู้ร้ายที่มีชั้นเชิง การถือพัดและกระจกพร้อมกันแสดงถึงความเจ้าเล่ห์ แต่พอถูกฮ่องเต้ชี้หน้าด่า ก็ทำหน้าตาเหมือนเด็กโดนดุ น่าขำมาก ฉากที่เขาวิ่งหนีแบบทิ้งตัวลงพื้นยิ่งเพิ่มความคอมเมดี้ให้เรื่อง ดูเหมือนเขาจะรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับกระจกบานนั้น ใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ตัวละครนี้ดูจะเป็นตัวแปรสำคัญที่คอยกวนน้ำให้ขุ่น
ตัวละครสาวใช้ที่ใส่ชุดสีชมพูฟ้าดูมีความบริสุทธิ์และซื่อสัตย์มาก สายตาที่เธอมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและความสงสัย เธอพยายามจะเข้าไปช่วยหรือถามไถ่แต่ก็ลังเล ท่าทางที่กำชายชุดแน่นแสดงถึงความเครียด ฉากของเธอใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้เห็นว่ามีคนรอบข้างที่ห่วงใยฮองเฮาจริงๆ ไม่ใช่แค่ฮ่องเต้คนเดียว การมีตัวละครแบบนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น
การถ่ายทำในฉากกลางคืนทำได้ดีมาก แสงไฟจากโคมไฟที่ห้อยอยู่ตามต้นไม้ให้แสงสลัวที่สร้างบรรยากาศลึกลับและน่าค้นหา พื้นหญ้าและต้นไม้ใหญ่ช่วยให้รู้สึกเหมือนอยู่ในวังโบราณจริงๆ เสียงลมพัดเบาๆ ประกอบกับสีหน้าตัวละครที่ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ฉากใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก นี้ใช้แสงและเงาได้ดีมาก ช่วยขับเน้นอารมณ์ของตัวละครให้เด่นชัดขึ้นโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
เรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงที่ผสมผสานดราม่าเข้ากับคอมเมดี้ได้อย่างลงตัว ตอนแรกดูจริงจังมากกับฉากกระจกวิเศษและสีหน้าเศร้าของฮองเฮา แต่พอฮ่องเต้ทำหน้าตกใจและชายชุดขาววิ่งหนี ก็กลายเป็นตลกทันที ความสัมพันธ์ของตัวละครดูซับซ้อนแต่ก็มีความอบอุ่นแฝงอยู่ การดู (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้รู้ว่าในวังไม่ได้มีแต่การแย่งชิงอำนาจ แต่ยังมีมุมตลกๆ ที่ทำให้คนดูยิ้มได้
กระจกโบราณที่ปรากฏในเรื่องดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องราว มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับแต่ดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่ทำให้ตัวละครต่างๆ เปลี่ยนสีหน้าไปหมด ทั้งความกลัว ความเศร้า และความโลภ ฮ่องเต้ดูจะรู้ความลับของกระจกบานนี้ดี ในขณะที่ฮองเฮาดูจะกลัวมัน การที่ตัวละครใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ปฏิบัติต่อกระจกต่างกัน ทำให้คนดูอยากรู้ว่าข้างในนั้นซ่อนความจริงอะไรไว้
ต้องชมการแสดงของนักแสดงทุกคนที่ใช้สีหน้าสื่ออารมณ์ได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ฮ่องเต้ทำหน้าตกใจจนตาแทบถลน และฮองเฮาที่เปลี่ยนจากเศร้าเป็นยิ้มบางๆ ได้อย่างธรรมชาติ ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็เข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้ทันที ฉากที่ชายชุดขาวทำท่าทางกวนๆ ก็เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี การดู (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้เห็นว่านักแสดงมีฝีมือในการสื่อสารอารมณ์ผ่านสายตาและการเคลื่อนไหว
ฉากที่ชายชุดขาววิ่งหนีแล้วล้มลงพื้นเป็นฉากที่เรียกเสียงฮาได้มากที่สุดในตอนต้นเรื่อง ท่าทางที่ลุกลี้ลุกลนและหน้าตาที่ตื่นตระหนกทำให้รู้ว่าเขากำลังหนีอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ฮ่องเต้ที่ชี้หน้าด่าดูจะโกรธมากแต่ก็มีความเป็นห่วงแฝงอยู่ ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่าชายชุดขาวคนนี้คือใครกันแน่ และทำไมเขาถึงต้องหนีแบบทิ้งตัวขนาดนี้