ฉากจูบบนบันไดหินอ่อนช่างเข้มข้นจนหายใจไม่ทัน สายตาของเฉินอี้เฉินที่มองมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความต้องการบางอย่างที่ซ่อนอยู่ โทรศัพท์ที่แสดงรายชื่อผู้โทรหายากยิ่งทำให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในเรื่องพันธนาการรักร้อยเล่ห์แต่ละฉากเหมือนมีเงื่อนงำซ่อนอยู่ทุกอณู อยากทราบจริง ๆ ว่าใครคือคนที่โทรหาเขาตลอดเวลาแบบนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูซับซ้อนเกินกว่าจะบอกเป็นคำพูดง่าย ๆ จริง ๆ แล้วความรู้สึกข้างในคงสับสนไม่น้อยไปกว่าคนดูแน่นอน
ชอบบรรยากาศที่เงียบสงัดแต่กลับตึงเครียดเป็นพิเศษตอนที่เฉินอี้เฉินรับสายแล้วเดินจากไปทิ้งให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว แสงไฟที่เบลอในตอนท้ายฉากเหมือนสะท้อนความสับสนในใจของคนดูจริง ๆ เรื่องพันธนาการรักร้อยเล่ห์ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ๆ ทุกครั้งที่เห็นสีหน้าของเธอตอนอยู่บนเตียงแล้วรับสายก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบไปหมด อยากรู้ว่าปลายสายบอกอะไรเขาจนต้องรีบออกไปแบบนี้ คงมีปมสำคัญซ่อนอยู่แน่ ๆ
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะก็รู้สึกรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจผ่านสายตาของนักแสดงนำทั้งคู่ โดยเฉพาะตอนที่เฉินอี้เฉินโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้ดู มันเหมือนเป็นการท้าทายหรือขอความเข้าใจกันแน่ ฉากนี้ในพันธนาการรักร้อยเล่ห์ ทำให้คนดูต้องกลับมาคิดตามว่าถ้าเป็นเราจะเป็นยังไงต่อ การที่เธอตอบรับสายนั้นด้วยสีหน้ากังวลยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องราวยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน ติดตามต่อกันยาว ๆ ไม่รู้จะจบลงแบบไหน
ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังแกะปริศนาไปพร้อมกับตัวละคร ทุกการเคลื่อนไหวของเฉินอี้เฉินมีความหมายซ่อนอยู่เสมอ ตั้งแต่จังหวะที่เข้ามากอดจนกระทั่งเดินจากไปอย่างเย็นชา ฉากบันไดสีดำตัดกับชุดสีขาวดูสวยงามแต่ก็เย็นยะเยือกเหมือนความสัมพันธ์ในเรื่องพันธนาการรักร้อยเล่ห์ เลยทีเดียว ใครที่ชอบแนวสืบสวนสอบสวนปนโรแมนติกห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาดจริง ๆ การแสดงสีหน้าทำได้ดีมากจนอินตาม
การที่เขานำโทรศัพท์มาให้ดูแล้วโทรออกต่อหน้าเลยมันคือการทดสอบชัด ๆ ว่าเธอจะตอบสนองยังไง แต่สีหน้าของเธอก็ไม่ได้แสดงความผิดชอบชั่วดีอะไรออกมาให้เห็นชัดเจนเลยสักนิด ความลึกลับของเฉินอี้เฉินในเรื่องพันธนาการรักร้อยเล่ห์ ทำให้คนดูคาดเดาไม่ได้เลยว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ฉากจบที่เธออยู่บนเตียงแล้วโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งเหมือนจะบอกว่าวงจรนี้ยังหมุนต่อไปไม่หยุด น่าติดตามจริง ๆ
ชอบการใช้แสงเงาในฉากนี้มาก ๆ โดยเฉพาะตอนที่ทั้งคู่ยืนอยู่บนบันไดที่มีกระจกสะท้อนภาพออกมาเหมือนมีหลายตัวตนซ่อนอยู่ การที่เฉินอี้เฉินเลือกจะเดินลงมาทิ้งระยะห่างระหว่างกันมันสื่อความหมายได้ดีมาก ๆ ในพันธนาการรักร้อยเล่ห์ ทุกเฟรมภาพดูมีความตั้งใจจัดวางไว้เป็นอย่างดี คนดูอย่างเราแค่จ้องหน้าจอแทบไม่กระพริบตาเพราะกลัวพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเป็นเบาะแสสำคัญในอนาคตได้ไม่ยาก
จูบครั้งนี้ไม่เหมือนจูบรักทั่วไปแต่มันดูเหมือนการระบายความอัดอั้นหรือแม้แต่การลงโทษบางอย่างจากเฉินอี้เฉิน สีหน้าของเธอหลังจากนั้นแสดงให้เห็นว่าเธอเองก็มีความลับบางอย่างที่เก็บไว้เช่นกัน เนื้อหาของพันธนาการรักร้อยเล่ห์ ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วและกระชับมาก ๆ ไม่มีการยื้อเวลาให้คนดูรู้สึกเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว อยากให้ถึงตอนต่อไปเร็ว ๆ เพื่อหาคำตอบว่าใครคือเจ้าของเบอร์โทรศัพท์เหล่านั้นกันแน่
ตอนแรกก็นึกว่าจะหวานกันต่อยาว ๆ บนบันไดแต่กลับมีเสียงโทรศัพท์ตัดอารมณ์ซะอย่างนั้น การที่เฉินอี้เฉินรับสายแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีทำให้รู้ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวกำลังรอเขาอยู่ ฉากนี้ในพันธนาการรักร้อยเล่ห์ สร้างความหักมุมเล็ก ๆ ให้คนดูรู้สึกตกใจตามตัวละครไปด้วย ความกังวลบนใบหน้าของเธอตอนรับสายตอนจบยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องราวยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน ต้องรอดูต่อไป
ชอบสัญลักษณ์ที่ผู้กำกับใช้สื่อผ่านฉากบันไดนี้มาก ๆ ตอนที่เขายืนสูงกว่าดูเหมือนเขามีอำนาจควบคุมทุกอย่างแต่พอเดินลงมาเขาก็ทิ้งเธอไว้ข้างบนคนเดียว ความสัมพันธ์ของเฉินอี้เฉินและเธอในเรื่องพันธนาการรักร้อยเล่ห์ ดูเหมือนจะมีความไม่เท่าเทียมกันบางอย่างซ่อนอยู่ การแสดงสีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงความเจ็บปวดทำออกมาได้ดีมาก ๆ จนคนดูรู้สึกจุกอกตามไปด้วยเลยจริง ๆ น่าติดตามมาก
ดูจากโทรศัพท์ที่มีสายโทรเข้ามากมายแล้วรู้ว่าเฉินอี้เฉินคงมีเรื่องปวดหัวไม่น้อย การที่เขาเลือกจะแสดงให้เธอเห็นแบบนี้คงต้องการให้เธอเข้าใจหรืออาจจะต้องการให้เธอรู้สึกผิดก็ได้ เนื้อหาในพันธนาการรักร้อยเล่ห์ เต็มไปด้วยรายละเอียดที่คนดูต้องสังเกตเอง ฉากสุดท้ายที่เธออยู่บนเตียงแล้วรับสายจากเขาอีกครั้งมันเหมือนวงจรเดิมที่วนกลับมาไม่จบสิ้น น่าติดตามมาก ๆ จริง ๆ