ชอบมุมกล้องที่จับภาพสีหน้าของเหล่าผู้ตัดสินบนระเบียงมาก โดยเฉพาะคุณชายใส่แวตที่ดูเยือกเย็นแต่แฝงความกดดัน การที่เรื่องใน ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง เลือกใช้การสื่อสารผ่านสายตาและการขยับลูกประคำแทนคำพูดเยอะๆ มันสร้างมิติให้ตัวละครดูมีอำนาจและลึกลับ น่าติดตามว่าใครจะเป็นคนชนะในเกมการทำอาหารครั้งนี้
ต้องยกนิ้วให้ทีมอาร์ตไดเรกเตอร์ของ ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง จานอาหารแต่ละจานไม่ใช่แค่กินได้แต่คืองานศิลปะ การจัดวางบรอกโคลีและซอสสีส้มบนเต้าหู้แกะสลักดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการราดซอสลงบนขนมในลูกมะพร้าว ทำให้คนดูรู้สึกอยากกระโดดเข้าไปในจอเพื่อชิมจริงๆ
การออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่อง ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง บอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจนมาก ชุดสีดำปักลายสีแดงของพระเอกดูทันสมัยแต่ยังคงความขลัง ตัดกับชุดจีนโบราณของผู้ตัดสินที่ดูภูมิฐาน ส่วนชุดสีขาวของคู่แข่งก็สื่อถึงความบริสุทธิ์และความมั่นใจ การผสมผสานแฟชั่นเข้ากับวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัวทำให้ภาพรวมดูแพงและมีสไตล์
ฉากที่พระเอกใน ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง กำลังเตรียมอาหารมีความเงียบที่กดดันมาก เสียงมีดหั่นเต้าหู้เบาๆ ดังชัดเจนในบรรยากาศที่ทุกคนจ้องมอง ความตึงเครียดไม่ต้องใช้ดนตรีประกอบเยอะก็รู้สึกได้ สีหน้าของหญิงสาวในชุดดำที่จ้องมองอย่างตั้งใจ ยิ่งทำให้รู้ว่าเดิมพันครั้งนี้สูงแค่ไหน น่าติดตามตอนต่อไปมาก
สิ่งที่ชอบที่สุดใน ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง คือการใช้วัตถุดิบง่ายๆ อย่างเต้าหู้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานชิ้นเอก การที่ตัวละครไม่ต้องพูดเยอะแต่ใช้การกระทำและผลงานอาหารสื่อสารออกมา มันทรงพลังมาก โดยเฉพาะฉากที่นำเต้าหู้มาวางซ้อนกันแล้วตกแต่งด้วยต้นหอม ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับความสามัคคี